“นุ๊ก สุทธิดา" ควง "ฮากีม" เปิดใจครั้งแรกปมข่าวเตียงหัก หลังสามีกลับไปมาเลเซีย

Home » “นุ๊ก สุทธิดา" ควง "ฮากีม" เปิดใจครั้งแรกปมข่าวเตียงหัก หลังสามีกลับไปมาเลเซีย



“นุ๊ก สุทธิดา" ควง "ฮากีม" เปิดใจครั้งแรกปมข่าวเตียงหัก หลังสามีกลับไปมาเลเซีย

นุ๊ก-สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา ควงสามี ฮากีม บินอาซาฮา  มาเปิดใจครั้งแรกหลังบินกลับบ้านเกิดที่ประเทศมาเลเซียกว่า 10 เดือน  จนเกิดข่าวเม้าท์สนั่นวงการว่าเตียงหัก งานนี้ทั้งคู่เลยขอออกมาเคลียร์ข่าวรักร้าว  ในรายการคุยแซ่บ SHOW ทางช่อง One31 ที่มี พีเค-ปิยะวัฒน์ เข็มเพ็ชร์  และ ชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกรรายการ ว่าเลิกกันจริงหรือไม่ 

มีข่าวเม้าท์ว่าเลิกกับสามีแล้ว จริงๆ แล้วสามีกลับมาเลเพราะอะไร

นุ๊ก : “จริงๆ แล้ว ฮากิม เป็นคนขี้ลืม เวลาทำวีซ่าเขาต้องไปรายงานตัวทุก 3 เดือน แต่ฮากิมจะลืมรายงานตัว แต่ล่าสุดเขาลืมต่อพาสปอร์ต คือเขาบอกเราก่อน 2 อาทิตย์ก่อนพาสปอร์ตขาด แต่ถ้าจะต่อที่ไทยต้องบอกล่วงหน้า 2 เดือน ตอนนั้นก็รู้สึกสับสนเพราะเป็นช่วงโควิดพอดี ซึ่งจะไปไหนมาไหนลำบาก เราก็งงไม่รู้จะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เขาเดินทางเพราะเรารู้ว่าถ้าเขาเดินทางไปแล้ว ก็จะโดนกักตัวที่โน่น ก็ไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่ แต่สุดท้ายเราก็ต้องยอมรับให้เขาเดินทางกลับไป”

เกิดอะไรขึ้นทำไมคุณต้องกลับประเทศ 

ฮากิม : “คือผมต้องต่อพาสปอร์ต แล้วเว็บไซด์บอกว่าไม่สามารถต่อพาสปอร์ตที่สถานฑูตที่เมืองไทยได้ ผมก็เลยต้องไปต่อพาสปอร์ตที่บ้านเกิด แต่พอโทรไปสอบถาม เขาบอกว่าต่อได้ แต่ว่าต้องใช้เวลา 3 เดือน ซึ่งเวลานั้นมันมีเวลา 2 อาทิตย์พาสปอร์ตก็จะหมดอายุ ก็เลยต้องบินกลับ” 

ตอนนั้นอยากให้เขากลับไหม

นุ๊ก : “เอาจริงๆ ก็ไม่อยากให้เขากลับ เพราะเรารู้ว่าไม่ใช่แค่เรื่องเมื่อไหร่จะได้กลับมา ไหนจะค่าใช้จ่ายในการเดินทาง มันยังมีเรื่องการรับงาน เพราะปกติ ฮากิมจะช่วยดูลูก ทั้งปีโป้ ทั้งปาแปง ทั้งอดัม คือถ้าเรารับงานใครจะดูลูก แล้วช่วงก่อนที่ฮากิมจะบินเราก็ทะเลาะกันบ่อยแต่ไม่ได้รุนแรง ทะเลาะกันเรื่องภาระหน้าที่มันมากเกินสามีภรรยา มากเกินพ่อและแม่ แต่ยังมีเรื่องงาน เพราะเรายังมีโหมดหัวหน้าและลูกน้อง แล้วตัวนุ๊กเองก็ไม่สบายด้วยคือตอนนั้นเป็นมะเร็ง ถามว่าช่วงนั้นครียดไปม คือโชคดีที่ก่อนที่ฮากิมจะบิน นุ๊กได้แพลนการผ่าตัดและการรักษาเร็วมากเพราะเขาต้องเดินทาง พอเราผ่าตัดเสร็จก็เป็นช่วงที่เขาต้องเดินทางพอดี”

แล้วตอนที่ฮากิมไปเป็นห่วงภรรยาไหม 

ฮากิม : “ผมมั่นใจว่าภรรยาเป็นผู้หญิงที่แข็งแรงและแข็งแกร่งมาก มะเร็งทำอะไรไม่ได้ ลูก 3 คนก็ทำอะไรเธอไม่ได้” 

ใช้เวลาอยู่ที่มาเลฯ นานเท่าไหร่ 

ฮากิม : “ประมาณ 3 เดือน” 

นุ๊ก : “มั่วละ ไปอยู่ที่มาเลฯ มีความสุขมากใช่ไหม (หัวเราะ) เขาไปตั้งแต่เรากลืนแร่ครั้งนั้นน่าจะพฤษภาคม มิถุนายน และเขาเพิ่งกลับมาตอนเดือนกุมภาพันธ์ ก็เกือบ 10 เดือนได้” 

ได้ข่าวว่าแรกๆ ก็วุ่นวายแต่ผ่านไปสักระยะรู้สึกดี ที่ไม่มีสามี

นุ๊ก : “ด้วยความที่เราเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวมาเกือบ 10 ปี เลี้ยงปีโป้ ปาแปงมา ก็อยู่กับลูกมา 3 คน และทำอะไรด้วยตัวเองมาโดยตลอด จนมันกลายเป็นนิสัยเรา ที่จะทำอะไรเร็วและตัดสินใจคนเดียว แต่พอมีเขาก็เหมือนมีภาระเพิ่มขึ้นมา มันต้องปรับตัวเยอะ พอไม่มีเขาก็เลยวุ่นวายในช่วงแรก แต่พอไม่มีเขา เราก็กลับไปเหมือนที่เราเคยเป็น มันก็เลยรู้สึกสบาย”

ฮากิม : “ตอนที่ผมไปถึงที่มาเลเซีย ผมก็คิดถึงลูก คิดถึงภรรยา แต่ข้อดีคือผมได้เจอพ่อและแม่”

นุ๊ก : “ที่ผ่านมาที่อยู่เมืองไทย เขาก็ร้องไห้เพราะคิดถึงพ่อแม่ของเขา” 

มีความคิดไหมว่าชีวิตจะต้องจบลง 

นุ๊ก : “มันไม่ได้คิดว่าจะแยกกันเพราะเรามีอดัม และการที่เราเอาเขาเข้ามาเราแพลนไว้แล้วว่า เราอยากได้คนมาเติมเต็มชีวิตครอบครัว สิ่งที่ดีที่สุดคือการปรึกษาจิตแพทย์  เราก็บอกกับจิตแพทย์ตรงๆ เลยว่าพอแยกกันอยู่กับสามีแล้วเรารู้สึกสะดวกสบาย แล้วถ้าเกิดกลับมาอยู่ด้วยกันแล้วเราไม่แฮปปี้เราจะทำอย่างไร แล้วมันจะเป็นไปได้ไหมที่คนเราเคยตกหลุมรักครั้งหนึ่งแต่พอนานๆ ไปความรู้สึกก็เฉยๆ มันมีโอกาสจะกลับมาตกหลุมรักกันอีกครั้งไหม ซึ่งคุณหมอบอกว่า แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะมนุษย์เป็นสัตว์ที่มีความทรงจำ การที่เราจะตกหลุมรักกับคนเดิมซ้ำๆ เป็นไปได้ยาก ตอนนั้นใจแว๊บตกไปตาตุ่มเลย แต่เราก็ใจชื้นขึ้นเมื่อคุณหมอบอกต่อว่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นไปไม่ได้เลย”

“ซึ่งคำนี้แหละที่ทำให้ เรารู้สึกว่าเราจะเป็นส่วนหนึ่งในส่วนน้อย เพราะเรารู้สึกว่า ครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญ การที่เราทนอยู่หรืออยู่ทน มันไม่ใช่เรื่องโอเค แต่เราต้องมีความสุข และหน้าที่ที่ไปด้วยกัน และการที่นุ๊กปรึกษาจิตแพทย์ตั้งแต่เริ่มต้นมันก็เป็นเรื่องที่ดี และมันก็ช่วยเรื่องชีวิตคู่ได้จริงๆ แล้วเราก็วางแพลนได้ว่าเราจะมีแอคชั่นกับเขาอย่างไร  แล้วเป็นเรื่องบังเอิญเมื่อเขาได้กลับมาเขาก็คงได้อยู่กับตัวเองว่าสิ่งไหนที่เขาควรทำหรือไม่ควรทำ มันก็เลยกลายเป็นตกหลุมรักกันอีกครั้งจริงๆ” 

ตอนที่ต้องแยกกับภรรยาและครอบครัวรู้สึกอย่างไร 

ฮากิม : “หลังจากที่แยกกัน 10 เดือน จับก็ไม่ได้ กอดก็ไม่ได้ ทำได้แค่คิดถึง พอคิดถึงตอนที่ภรรยาคลอดลูกออกมาก็ทำให้คิดได้ว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่ดีที่สุด ทำไมผมจะเปลี่ยนตัวเองไม่ได้ เพราะสมัยก่อนเป็นคนอารมณ์ร้อน ตอนนี้ก็ชิลล์มีปัญหาอะไรก็ค่อยๆ แก้ไป” 

ตอนนี้มีลูก 3 คนแล้ว อยากมีลูกอีกไหม

นุ๊ก : “จริงๆ นุ๊กอยากมีนะ เพราะเราไมได้เลี้ยง คือตอนที่ท้องนุ๊กเคยบอกเขาว่านุ๊กไม่อยากมีลูกแล้ว แต่ถ้ามีเขาจะต้องเป็นคนเลี้ยง ดังนั้นตั้งแต่อดัมเกิดจนโต นุ๊ก แทบจะได้ไม่ยุ่งกับลูกสักเท่าไหร่ เขาจะเป็นคนทำทั้งหมด ตอนนี้นุ๊กก็ทำหมันแล้ว เป็นหมันชั่วคราว” 

ฮากิม : “ส่วนผมคิดว่าพอแล้วสำหรับตอนนี้” 

ติดตามชมคำสัมภาษณ์แบบเต็มๆ ได้ในรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์  เวลา13.40-14.40 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เรื่องอื่นที่น่าสนใจ