พท.ถามแรง ไทยได้อะไรจากเจ้าภาพประชุมเอเปค ซัด “ประยุทธ์” ไม่สง่างาม

Home » พท.ถามแรง ไทยได้อะไรจากเจ้าภาพประชุมเอเปค ซัด “ประยุทธ์” ไม่สง่างาม


พท.ถามแรง ไทยได้อะไรจากเจ้าภาพประชุมเอเปค ซัด “ประยุทธ์” ไม่สง่างาม

พท.ถามแรง ไทยได้อะไรจากเจ้าภาพประชุมเอเปค ซัด “ประยุทธ์” ไม่สง่างาม ถึงเวลาเปลี่ยนนายกฯ ได้แล้ว

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 25 ม.ค.65 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) คณะทำงานด้านนโยบายการต่างประเทศ พรรคพท. นำโดยนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีต รมว.ศึกษาธิการ ฐานะที่ปรึกษาคณะ นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ และนายนพ ชีวานันท์ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรรคพท.ร่วมแถลงกรณีการเตรียมการของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพเอเปค 2565

นายวรวัจน์ กล่าวว่า หลังจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ประกาศเป็นเจ้าภาพการประชุมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ประจำปี 2565 โดยหัวข้อหลักของการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทยในปีนี้คือ “Open Connect Balance” หรือ “เปิดกว้าง สร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล” ในการเตรียมการประชุมเอเปก ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพในรอบ 10 ปี แต่ประเทศไทยในฐานะผู้จัดงานงานใหญ่ กลับไม่เคยประกาศถึงวิธีการและเป้าหมายในการบรรลุข้อตกลงร่วมแบบทวิภาคีกับกลุ่มประเทศ สมาชิกเอเปคเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ตกต่ำจากฝีมือของรัฐบาล ไม่เคยมีแผนดึงดูดเม็ดเงินการลงทุนจากประเทศสมาชิก เทียบไม่ได้กับการประชุมในฐานะประธานเอเปคของประเทศไทยเมื่อ 20 ปีที่แล้ว โดยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ได้ดำเนินการจัดการประชุมอย่างสมบูรณ์แบบทุกด้าน ผู้นำแต่ละประเทศเห็นความสำคัญกับวาระการจัดงานของประเทศไทย เกิดผลการเจรจาจนสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับประเทศมากมาย แต่ในขณะนี้ไทยซึ่งรับตำแหน่งเจ้าภาพอย่างเป็นทางการมาแล้ว 2 เดือน บรรยากาศกลับเงียบสงัด จึงอยากทราบว่ารัฐบาลว่าได้เตรียมความพร้อมมากน้อยเพียงใด กำหนดเป้าหมายในการประชุมในแต่ละประเด็นที่จะสร้างประโยชน์ให้กับประเทศและคนไทยอย่างไรบ้าง หรือสุดท้ายไทยเป็นเพียงประเทศผู้จัดงานในนาม แต่ไม่สร้างประโยชน์ใดๆ ให้กับคนไทยเลยหรือไม่

“การบริหารประเทศในประชาคมโลกภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าการที่ประเทศไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นและความร่วมมือระหว่างประเทศได้ มีนายกฯ ที่ไร้ภาวะความเป็นผู้นำและเป็นนายกฯ ที่ไม่สง่างาม พล.อ.ประยุทธ์ คือผู้นำที่ทำตัวทองไม่รู้ร้อน รู้ปัญหาแต่ไม่หาทางแก้ไข ปล่อยให้คนไทยผจญความทุกข์กันเอง เกือบ 8 ปีที่เป็นนายกฯ มา เข้าร่วมเวทีการประชุมในระดับนานาชาติหลายประเทศ มีเพื่อนสนิทเป็นผู้นำโลกมากมาย สุดท้ายคนไทยได้แต่อาวุธยุทโธปกรณ์กลับมา เสียโอกาส เสียงบประมาณ แต่การเติบโตทางเศรษฐกิจติดลบแทบกู่ไม่กลับ หยุดสร้างปัญหาแล้วสร้างโอกาสให้กับคนไทยบ้างสักครั้ง วันนี้ประเทศอยู่ในภาวะที่อันตราย ประชาชนไม่มีเงินในกระเป๋า ถึงเวลาแล้วที่ต้องเปลี่ยนนายกฯ” นายวรวัจน์ กล่าว

ด้านนายนพ กล่าวว่า ที่ผ่านมานโยบายการต่างประเทศของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ส่งผลให้ข้อตกลงต่างๆ ชะงักลง อาทิ ข้อตกลงเขตการค้าเสรี ไทย-สหภาพยุโรป เพราะประเทศไทยมีผู้นำที่อ่อนแอ ไร้ความสามารถในการสานสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไร้ความสามารถทางการทูต ส่งผลต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประเทศ อาจนำไปสู่การเสียเปรียบทางการค้า ดังนั้นสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องเร่งดำเนินการสร้างหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เพิ่มบทบาทในฐานะผู้จัดงานเอเปค โดยเฉพาะการพัฒนาระบบธุรกิจดิจิทัล ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันในยุคนิวนอร์มัล ได้แก่ สร้างความพร้อมทางด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของไทย ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยมีความรู้ และขีดความสามารถในการแข่งขันกับนานาประเทศทั่วโลก จัดหาแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำและปรับให้โครงสร้างภาษีต่ำ เพื่อให้ธุรกิจดิจิทัลรายย่อยสามารถเติบโตได้ สร้างกฎหมายและมาตรการรองรับควบคุมดูแลให้การค้าการลงทุนในระบบดิจิทัลมีความน่าเชื่อถือและปลอดภัย

“เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอาเซียนรองจากประเทศอินโดนีเซีย แต่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์เอาแต่ใช้กฎหมายไล่จับเว็บเถื่อน เก็บภาษีการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล เพียงเพราะหาเงินไม่เป็น เก็บรายได้ไม่เข้าเป้า รัฐบาลในฐานะผู้จัดงานเอเปคต้องเตรียมความพร้อมประเทศด้วยแผนพัฒนาธุรกิจดิจิทัลในระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว ที่ชัดเจนและจับต้องได้มากกว่านี้ ก่อนที่นักลงทุนรุ่นใหม่จะเทเม็ดเงินไปลงทุนในต่างประเทศที่เอื้อต่อการลงทุนใหม่ๆ ไปหมด” นายนพ กล่าว

ขณะที่นายจักรพล กล่าวว่า ในประเด็นด้านการฟื้นฟูความเชื่อมโยง โดยเฉพาะการเดินทางและการท่องเที่ยว ประกอบด้วย 1.การจัดทำ APEC Frequent Travel Card หรือ AFTC 2.ข้อเสนอ APEC COVID-19 Health Certification Mutual Recognition และ 3.การขับเคลื่อนประเด็น safe passage นั้น เวทีเอเปคได้พยายามหาแนวทางร่วมมือเพื่ออำนวยความสะดวก และรื้อฟื้นการเดินทางข้ามพรมแดนในภูมิภาคอย่างปลอดภัย เพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบโควิด-19 มาตลอด แต่ประเทศไทยโดยพล.อ.ประยุทธ์กลับเป็นผู้นำที่เมินเฉยต่อปัญหาเดิม เพิ่มเติมคือสร้างปัญหาใหม่ แม้แต่ปัญหาสินค้าไทยที่ส่งออกผ่านรถไฟความเร็วสูงจีน-ลาว ที่สร้างผลกระทบให้กับผู้ประกอบการมานานหลายเดือน กลับไม่เคยแก้ปัญหา แต่อ้าแขนรับสินค้าจากจีนที่เข้ามากัดกินส่วนแบ่งตลาดสินค้าของคนไทย ขณะที่การส่งเสริมการเดินทางเข้าออกของคนไทยไปต่างประเทศ ซึ่งยังมีอุปสรรคจากวัคซีนสูตรไขว้ของไทย ที่ได้รับการยอมรับเพียงบางประเทศ แต่ในหลายประเทศคนไทยถูกปิดกั้นไม่ให้เดินทาง เรื่องนี้พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยใช้ความสัมพันธ์ทางการทูตในการเจรจากับประเทศปลายทาง เพื่อให้ยอมรับวัคซีนของคนไทยได้ ปัญหานี้เรื้อรังมานาน หากเรื่องเหล่านี้ไม่ได้รับการแก้ไข เรื่องใหญ่ในการประชุมเอเปคก็คงไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ดังนั้นรัฐบาลต้องเร่งออกมาตรการที่เกี่ยวกับการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศไทยควบคู่กันไปด้วย

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เรื่องอื่นที่น่าสนใจ