
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี แถลงจุดยืนเรื่องมาตรา 112 ว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลง และปฏิเสธการมีสัญญาใจกับอดีตนายกฯคนใด รับฟังข้อเสนอจากทุกฝ่าย
นายกฯ มั่นใจ ทักษิณ ยังอยู่ประเทศไทย เมื่อเช้าเจอ อุ๊งอิ๊งค์บอกพ่อสบายดี พร้อมสู้คดี ปัดตอบจุดยืน ม.112 บอกพูดไปแล้วไม่ขอแจงซ้ำ
วันที่ 4 มิ.ย. 67 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงจุดยืนเรื่องมาตรา 112 ว่า ตนเคยบอกไปแล้ว และไม่อยากตอบเรื่องนี้อีก ส่วนที่มีการเชื่อมโยงไปถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะถูกสั่งฟ้องในคดีนี้ด้วยนายเศรษฐา ย้ำเหมือนเดิมว่า พูดไปเยอะแล้วขอไม่พูดเรื่องนี้ครับ
เมื่อถามว่า จะซ้ำรอยกับกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ออกพ.ร.บ.นิรโทษกรรม จนสุดท้ายต้องสูญเสียอำนาจ นายเศรษฐา ระบุว่า “จุดยืนชัดเจนครับ ผมพูดไปแล้วเรื่องนี้”

เมื่อถามว่า นอกจากนายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีแล้ว มีสัญญาใจกับใครอีกหรือไม่ โดยเฉพาะผู้นำในอดีต นายเศรษฐา หัวเราะก่อนกล่าวว่า ผมไม่มีสัญญาใจกับทุกท่านในอดีต แต่เรามาตรงนี้เรามาช่วยประเทศ ใครเสนออะไรดีๆ ผมก็น้อมรับ เพราะตนไม่เคยไม่รับฟัง แต่ขีดจำกัดการเป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้กับ 17 ปีที่ผ่านมา มันก็มีขีดจำกัดที่แตกต่างกันไป เรื่องต่างๆ มันก็ต่างกันไป แต่เหนือสิ่งอื่นใดเราต้องทำตัวเป็นน้ำไม่เต็มแก้ว
- ครม. เห็นชอบ การไขกฎหมาย VAT สินค้านำเข้าจากตปท.
- แสวงบุญ! น้องไนซ์ เชื่อมจิต สอนตำรวจ เข้าญาณ นั่งสมาธิระลึกนิรมิต
- นายกฯ ผุด กาสิโนในไทย คาดเก็บภาษีปีแรก กว่าหมื่นล้าน!?
ถ้าใครมีข้อแนะนำดี ๆ ใครมีข้อติเราควรจะรับฟัง เพราะถ้าได้ยินเสียงที่ตัวเองอยากได้ยินตลอดก็จะไม่มีการพัฒนา แต่ส่วนตัวตนมั่นใจว่าที่มาอยู่ตรงนี้ได้ ผมทำตัวเป็นน้ำไม่เต็มแก้ว และไม่เลือกอยากได้ยินเฉพาะเสียงที่ตนอยากได้ยิน เพราะเสียงที่เราไม่อยากได้ยินอาจจะเป็นเสียงที่ประเสริฐที่สุดที่จะนำไปสู่การแก้ไขปรับปรุง ไม่ว่าเสียงนั้นมาจากนายกฯทักษิณ นายกฯอนันต์ ปันยารชุน หรือนายกฯชวน หลีกภัย ถ้าเป็นเรื่องที่ตนคิดว่าเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันตนก็รับฟังนำไปแก้ไขปรับปรุง
เมื่อถามนายเศรษฐาว่า มีสัญญาใจกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า เชื่อว่าใจต่อใจที่ผมมีต่อท่านนายกฯประยุทธ์ ผมว่าชัดเจนว่าจุดมุ่งหมายเราเดียวกันท่านฝากบ้านเมืองไว้ให้ผมในฐานะนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ต่อจากท่านคนที่ 29 ก็พยายามจะดูแลพี่น้องประชาชนให้ดีที่สุด วิธีการที่เราทำงานแน่นอนว่าแบล็คกราวน์ของแต่ละท่านก็แตกต่างกันไป ตนมาจากภาคธุรกิจ ท่านมาจากฝ่ายความมั่นคง ตนจึงเชื่อว่าวิธีการหรือแนวทางต่างกันแต่จุดมุ่งหมายเดียวกัน เพราะตนมั่นใจว่าท่านเองก็มีความปรารถนาดีกับบ้านเมือง วิธีการทำงานอาจจะแตกต่างกันไป แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือจุดมุ่งหมาย
สุดท้ายถามถึง นายทักษิณยังอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า เมื่อสักครู่ที่ผ่านมาได้เจอกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะบุตรสาวของนายทักษิณก็บอกว่า ท่านสบายดี ผมจึงมั่นใจว่าท่านไม่ได้ออกนอกประเทศ และตนคิดว่าท่านก็พร้อมสู้ และท่านไปอยู่ต่างประเทศมา 17 ปีแล้ว มันนานพอแล้วล่ะครับ และวันนี้ท่านก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว และเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นขวากหนามที่มันต้องเข้ามา ก็ว่ากันไป ตนพูดแทนท่านไม่ได้ แต่คิดว่าท่านคงไม่คิดจะไปไหนหรอกครับ