FootNote:โจทย์การเมือง เพื่อไทย แลนด์สไลด์ โจทย์ใหญ่ สำหรับ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

Home » FootNote:โจทย์การเมือง เพื่อไทย แลนด์สไลด์ โจทย์ใหญ่ สำหรับ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ


FootNote:โจทย์การเมือง เพื่อไทย แลนด์สไลด์ โจทย์ใหญ่ สำหรับ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

FootNote:โจทย์การเมือง เพื่อไทย แลนด์สไลด์ โจทย์ใหญ่ สำหรับ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

แรงบันดาลใจสำคัญของ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ยอมรับตำแหน่ง “ผู้อำนวยการ” ครอบครัวเพื่อไทย 1 ความเชื่อมั่นต่อสถานะเกียรติภูมิทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย

พรรคเพื่อไทยซึ่งต่อยอดมาจากพรรคพลังประชาชน พรรคไทยรักไทย อันมี นายทักษิณ ชินวัตร เป็นต้นธารในทางความคิด

ขณะเดียวกัน 1 ความเชื่อมั่นต่อแนวทางการรณรงค์ในแบบ ของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ก่อให้เกิดมหา “ประชามติ” ในทางการเมืองขึ้นอย่างมากด้วยพลานุภาพ

สร้างความเชื่อมั่นในกลุ่มผู้คนอันหลากหลาย แตกต่างในทางความคิด และเห็นชอบด้วยกระทั่งก่อให้เกิดพลัง และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางการเมือง

ไม่เพียงทำให้ฝ่ายตรงกันข้ามเกิดอาการนะจังงัง อย่างฉับพลันทันใด จำเป็นต้องยอมรับต่ออำนาจอันได้มาจากประชาชน และเท่ากับเปิดโอกาสสร้างหนทางในการสร้างการเมืองใหม่

คำถามจึงอยู่ที่ว่า พรรคเพื่อไทยและครอบครัวเพื่อไทย จะสามารถนำเอานวัตกรรมจากสถานการณ์ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มาประสานกับรากฐานของพรรคเพื่อไทยได้อย่างไร

นี่คือโจทย์ในทางการเมืองอันแหลมคมในมือของ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงในพรรคเพื่อไทยให้บังเกิด

ต้องยอมรับว่าในห้วงแห่งการเปลี่ยนผ่าน ในห้วงแห่งการเข้ามาของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าหน้า และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เข้ามาเป็นประธานที่ปรึกษานวัตกรรมและการมีส่วนร่วม

พรรคเพื่อไทยมิได้ดำรงอยู่บนความว่างเปล่าหากแต่มีสถานการณ์มากมายเกิดขึ้น

ไม่เพียงแต่มีความพยายามของพรรคพลังประชารัฐ ที่ยืนยันเจตจำนงในการสืบทอดอำนาจ ไม่เพียงแต่มีความพยายามของพรรคภูมิใจไทยที่ต้องการพื้นที่มากยิ่งขึ้นในทางการเมือง

หากที่สำคัญเป็นอย่างมากมีการเคลื่อนไหวของ “คนรุ่นใหม่” ที่สำแดงตนอย่างอึกทึกครึกโครมตลอดปี 2563 และมีความตื่อเนื่องมาจนถึง ณ วันนี้

โจทย์การเมืองว่าด้วย “คนรุ่นใหม่” จึงมีความแหลมคมยิ่ง

หากจะเดินแนวทางอย่างที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ประสบความสำเร็จมาแล้วในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทยก็จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยน

ปรับเปลี่ยนเพื่อดึง “คนเสื้อแดง” และเพื่อดึง “คนรุ่นใหม่”

ที่สำคัญก็คือ พรรคเพื่อไทยจะเปิดรับและมี “พื้นที่” ในทางความคิดในทางการเมืองให้กับคนเหล่านี้อย่างไร

ทั้งในประเด็นที่ “เห็นร่วม” และทั้งในประเด็นที่ “เห็นต่าง”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เรื่องอื่นที่น่าสนใจ