"109 ปี การสหกรณ์ไทย" กรมส่งเสริมสหกรณ์ เดินหน้าสร้างสหกรณ์เข้มแข็ง เศรษฐกิจไทยมั่นคง

Home » "109 ปี การสหกรณ์ไทย" กรมส่งเสริมสหกรณ์ เดินหน้าสร้างสหกรณ์เข้มแข็ง เศรษฐกิจไทยมั่นคง
"109 ปี การสหกรณ์ไทย" กรมส่งเสริมสหกรณ์ เดินหน้าสร้างสหกรณ์เข้มแข็ง เศรษฐกิจไทยมั่นคง

กรมส่งเสริมสหกรณ์ จัดกิจกรรมเนื่องในวันสหกรณ์แห่งชาติ ประจำปี 2568 ครบรอบ 109 ปี การสหกรณ์ไทย เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ “พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย”

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 นางสาวอนงค์นาถ จ่าแก้ว เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดและจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ถวายสักการะพระราชวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย และอ่านสารนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เนื่องในวันสหกรณ์แห่งชาติ ประจำปี 2568 โดยมี นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ คณะผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ขบวนการสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมพิธี ณ บริเวณลานพระอนุสาวรีย์พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย กรมส่งเสริมสหกรณ์ เทเวศร์ กรุงเทพหานคร
126229_0โอกาสนี้ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กล่าวสดุดีพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย ว่า พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ ทรงส่งเสริมให้มีการทดลองจัดตั้งสหกรณ์ ขึ้นเป็นแห่งแรก คือ สหกรณ์วัดจันทร์ไม่จำกัดสินใช้ ที่จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2459 โดยทรงดำรงตำแหน่ง นายทะเบียนสหกรณ์เป็นพระองค์แรกของประเทศไทย ทรงส่งเสริมให้มีการกำหนดระเบียบ ข้อบังคับ และกฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อควบคุมการตรวจสอบบัญชี การรับส่งเงิน รวมทั้งพัฒนางานสหกรณ์ ทำให้มีการก่อตั้งสหกรณ์ประเภทต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย ด้วยพระปรีชาสามารถที่ทรงมีคุณูปการต่อระบบสหกรณ์ในประเทศไทย ส่งผลให้เกษตรกรและสมาชิกสหกรณ์พ้นจากภาวะหนี้สิน มีทุนในการประกอบอาชีพ ก่อให้เกิดผลดีต่อการพัฒนาประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพระเกียรติคุณอันยิ่งใหญ่ ที่ควรค่าต่อการน้อมรำลึกถึง จึงทรงได้รับการยกย่องจากขบวนการสหกรณ์ไทยว่า ทรงเป็นพระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย

โดยวันนี้เป็นโอกาสครบรอบ 109 ปี การสหกรณ์ไทย เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน พวกเราจึงมาชุมนุมกัน เพื่อแสดงออกถึงพลังความสามัคคี ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของขบวนการสหกรณ์ไทย จึงขอตั้งปณิธานว่า จะมุ่งมั่นพัฒนาระบบสหกรณ์ให้เข้มแข็งเป็นองค์กรสมรรถนะสูงด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ส่งเสริมให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการพัฒนาและขับเคลื่อนการดำเนินงานสหกรณ์อย่างมีคุณภาพ เที่ยงตรง โปร่งใส และมีธรรมาภิบาล รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรในระบบสหกรณ์ให้มีความรู้ ความสามารถในการสร้างสรรค์พัฒนาสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติโดยรวมสืบไป
126242_0อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สหกรณ์ในประเทศไทยเติบโตขึ้นโดยลำดับ ปัจจุบันมีสหกรณ์ทั่วประเทศกว่า 6,100 แห่ง ปริมาณธุรกิจสหกรณ์เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2567 ยอดรวมอยู่ที่ 2.7 ล้านล้านบาท ทั้งนี้ ในปี 2568 กรมฯ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาสหกรณ์ทั้งในภาคและนอกภาคการเกษตร เป็นสถาบันที่เป็นที่พึ่งให้กับเหล่าสมาชิก รวมทั้ง ขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาล ส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น (GI) ผลักดันสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ตามนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ให้สมาชิกสหกรณ์” อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งสนับสนุนตั้งแต่ องค์ความรู้ในเรื่องของการดูแลผลผลิต ตลอดจนกระบวนการผลิตสินค้าเกษตร รวมถึงเชื่อมโยงกับสหกรณ์นอกภาคการเกษตร นำสินค้าขั้นพื้นฐานและสินค้าแปรรูปมาจำหน่ายในร้านสหกรณ์

“กรมฯ มุ่งหวังให้ขบวนการสหกรณ์เติบโตไปด้วยกัน โดยมีภาครัฐ คือ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์และหน่วยงานภาครัฐอื่นๆให้การสนับสนุน ให้การเสริมสร้างการดำเนินงานของสหกรณ์เพื่อความเข้มแข็งของสหกรณ์ และยังคงมุ่งมั่นพัฒนาระบบสหกรณ์ตามแผนพัฒนาการสหกรณ์ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2566 – 2570) ภายใต้วิสัยทัศน์ สหกรณ์เข้มแข็งและเป็นองค์กรสมรรถนะสูงด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนคนไทย และให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรของสหกรณ์และบุคลากรของกรมส่งเสริมสหกรณ์ให้ใช้นวัตกรรม เพิ่มศักยภาพการทำงานให้ดีมากยิ่งขึ้น รวมทั้งเน้นเรื่องการช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่สมาชิก ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่ความเข้มแข็งและยั่งยืนของระบบสหกรณ์ สมาชิกมีความกินดีอยู่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป” นายวิศิษฐ์ กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เรื่องอื่นที่น่าสนใจ