เสี่ยหนู ชี้ยุบสภา ช่วงเอเปก คงไม่มีใครอยากจับมือกับผู้นำที่กำลังจะไป ภท.พร้อมทุกเมื่อ บอก ทักษิณด่า เหมือนผู้ใหญ่สั่งสอน โลกนี้คือละคร ผลเลือกตั้งคือคำตอบ
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 31 ส.ค. 2565 ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงการลงพื้นที่ช่วงโค้งสุดท้ายของสภาชุดนี้ว่า ทุกพรรคต้องเร่งลงพื้นที่ เสนอนโยบาย และข้อปฏิบัติต่างๆ ให้กับประชาชน เป็นเรื่องปกติ ทั้งนี้ การลงไปหาเสียงเลือกตั้ง ไม่มีใครกล้าใช้เวลาราชการ เราต้องลงพื้นที่หลังเวลาราชการ หรือช่วงวันหยุด อย่ากังวลว่าใครจะเอาความได้เปรียบจากการเป็นรัฐบาลไปลงพื้นที่ ถ้าทำอย่างนั้นจะยิ่งเปิดโอกาสให้เขาโจมตีได้ ถือว่าไม่มีประโยชน
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าอาจเกิดการยุบสภา นายอนุทิน กล่าวว่า ขอให้ดูวัตรปฏิบัติ หัวหน้าพรรค ผู้บริหารพรรค ผู้สมัคร ส.ส.ของทุกพรรคลงพื้นที่อย่างเต็มที่อยู่แล้ว แสดงว่าเตรียมตัวเลือกตั้งแล้ว เพราะมาถึงตรงนี้ 3 ปีกว่าแล้ว ใครไม่พร้อมก็เหนื่อย
เมื่อถามว่าหากยุบสภา แต่ยังมีรักษาการนายกฯ ไปจนถึงประชุมเอเปก นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะเวลายุบสภาแล้ว สภาพของรัฐบาลก็เหมือนเป็ดง่อย และหากรักษาการยาวๆ จะต้องถูกตรวจสอบ และทวงให้จัดเลือกตั้งโดยเร็ว ทั้งนี้ ในรัฐธรรมนูญระบุว่า หากยุบสภา ต้องจัดเลือกตั้งภายใน 45-60 วัน และส.ส.ที่จะย้ายพรรค ต้องย้ายภายใน 30 วัน
“ฉะนั้น เราอย่าไปคิดอะไรที่นอกเหนือจากสิ่งที่กฎหมายกำหนด หากเลือกตั้งไม่ได้ภายใน 60 วัน ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะอยู่นอกเหนือรัฐธรรมนูญ และต้องมีผู้รับผิดชอบ ซึ่งไม่ใช่หัวหน้าพรรคแน่นอน” นายอนุทิน กล่าว
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าการยุบสภาอาจคาบเกี่ยวช่วงการประชุมเอเปก นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้ายุบสภาก็คือยุบสภา ไม่คาบเกี่ยวอะไรทั้งนั้น เพราะเมื่อยุบสภาแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือจัดเลือกตั้งให้เร็วที่สุด เพื่อมีรัฐบาลมาบริหารประเทศ ถ้ายุบสภาแล้วต้องไปรับแขกบ้านแขกเมือง ต้องสงสารผู้นำ ใครเขาจะอยากมาคุยกับเรา ดังนั้น อย่าไปมองเขา แต่ให้มองเรา ว่าถ้าเราไปเจอใครที่กำลังจะออกแล้ว รักษาการอยู่ด้วย จะได้ผลอะไรกับการเจรจา ฉันใดก็ฉันนั้น แต่ถ้าต้องยุบสภา ก็คือยุบ อย่าไปผูกเรื่องอะไร
ต่อข้อถามว่าไทม์ไลน์ยุบสภายังเป็นไปตามก่อนหน้านี้ว่าจะยุบในช่วงเดือนธ.ค.นี้ หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พูดตรงๆ ยุบสภาเมื่อไหร่เมื่อนั้น รัฐธรรมนูญปูทางหมดแล้ว ทั้งขีดเส้น และตีกรอบให้เราเดิน เราพร้อมสำหรับทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้น เพราะเหลืออีก 7 เดือน และอย่างไรก็ไม่มีทางเกินเดือนมี.ค. 2566
เมื่อถามถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ระบุถึงนายอนุทิน เป็นคนไว้ใจไม่ได้ นายอนุทิน กล่าวว่า ท่านชมต่างหาก รุ่นใหญ่อย่างนี้เอ่ยชื่อตนดีใจตายเลย และตนพูดมาตลอดว่าได้เป็นรัฐมนตรีก็เพราะท่าน ฉะนั้นไม่ต้องมาถาม ผู้ใหญ่ด่า ผู้ใหญ่ติ ผู้ใหญ่พูดถึง ถือเป็นคำสั่งสอน เราต้องมาดูว่าเป็นไปตามที่เขาพูดหรือไม่ และมาดัดแปลงวิถีชีวิตให้ดีขึ้น
“ผมคิดถึงวันดีๆ เสมอ คิดถึงความเมตตา ความเอ็นดูที่ท่านให้ไว้กับผม เชื่อว่าถ้าไม่มีการเมืองอย่างนี้ เขาคงเป็นลุงผมเหมือนเดิม ทุกอย่างโลกนี้คือละคร และผลเลือกตั้งจะเป็นคำตอบทุกอย่าง ดังนั้น ต้องรอผลการเลือกตั้ง” นายอนุทิน กล่าว
เมื่อถามว่ามีการวิเคราะห์ว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเหลือพรรคอยู่ 5 พรรค ที่จะเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯได้ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนสนใจอย่างเดียว ขอให้พรรคภูมิใจไทย เหลืออยู่และเป็นเป็นหนึ่งในเท่าไหร่ก็แล้วแต่ ส่วนกรณีหากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเรื่องนายกฯ 8 ปี และหาคนนายกฯ คนในบัญชีไม่ได้ จนต้องหานายกฯ นอกบัญชีนั้น ตนขอเอาไว้ให้ถึงจุดนั้นก่อน ตอนนี้ยังไม่มีใครทราบว่าผลคำวินิจฉัยจะออกมาอย่างไร เราก็ทำหน้าที่ที่มีอยู่