เหิมเกริมใหญ่! กลุ่มคนร้ายชายแดนใต้ บุกยิงถล่มฐาน นปพ.สุไหงปาดี จนท.เจ็บ3นาย

Home » เหิมเกริมใหญ่! กลุ่มคนร้ายชายแดนใต้ บุกยิงถล่มฐาน นปพ.สุไหงปาดี จนท.เจ็บ3นาย



นราธิวาส กลุ่มคนร้ายชายแดนใต้ ใช้อาวุธปืน ไปป์บอมบ์ ยิงถล่มฐาน หน่วยปฏิบัติการพิเศษ สุไหงปาดี เจ้าหน้าที่รับบาดเจ็บ 3 นาย ชุดเก็บกู้-พิสูจน์หลักฐาน เร่งเคลียร์พื้นที่

14 เม.ย. 66 – พล.ต.ต.อนุรุธ อิ่มอาบ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พล.ต.เฉลิมพร ขำเขียว ผบ.ฉก.นราธิวาส พ.ต.อ.ดิเรก โฉมยงค์ รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พ.ต.อ.ปัตตะ มะดาวา รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส

พ.ต.อ.อัสรี ต่วนเพ็ง ผกก.สภ.สุไหงปาดี เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ. กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง

ร่วมเดินทางไปยังฐานปฏิบัติการหมวดเฉพาะกิจ หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 31 ซึ่งตั้งอยู่ ม.1 ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี ซึ่งถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามและระเบิดไปป์บอมบ์ ยิงและขว้างถล่มใส่ฐาน เหตุเกิดเมื่อเวลา 20.55 น.ของคืนวันที่ 13 เม.ย.66 ที่ผ่านมา

ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ประกอบด้วย 1. ส.ต.ต.พีรวิชญ์ ดวงแก้ว 26 ปี ถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณต้นขาขวาทะลุ 1 นัด 2. ส.ต.ต.ชวัลวิทย์ อินต๊ะวิชา 23 ปี ถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณก้นด้านขวา 1 นัด และ 3. ส.ต.ต.กิติพงษ์ พรหมเจียม 26 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่ขอบตาด้านขวา และมีอาการแน่นหน้าอก ซึ่งทั้ง 3 นาย เป็น ผบ.หมู่ นปพ.สุไหงปาดี ถูกส่งตัวรักษาที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก

เมื่อถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังกันตรวจสอบ พบระเบิดแสวงเครื่องชนิดขว้างแบบไปป์บอมบ์ ที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในท่อแป๊บเหล็กทรงกลม ที่ไม่ทำงานตกอยู่ที่บริเวณถนนด้านซ้ายมือของฐาน จำนวน 3 ลูก แต่ไม่ทำงาน 2 ลูก

เจ้าหน้าที่ ยังพบระเบิดไปป์บอมบ์ที่คนร้ายขว้างใส่เข้าไปในฐาน จำนวน 5 ลูก ทำงาน 3 ลูก นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบพบระเบิดไปป์บอมบ์ ที่บริเวณป่ารกทึบตรงข้ามกับประตูทางเข้าอีก จำนวน 1 ลูก แต่ไม่ทำงาน

เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งผู้ไม่เกี่ยวข้องออกห่าง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ชุด อี.โอ.ดี. จะใช้เครื่องแรงดันน้ำพลังสูงในการยิงทำลายไปป์บอมบ์ที่ด้านหรือไม่ทำงานทีละลูก จำนวนทั้งหมด 5 ลูก ที่ตกอยู่ในพื้นที่ทั้ง 3 จุด โดยใช้เวลานานกว่า 30 นาทีจึงแล้วเสร็จ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบหลุมระเบิดขนาดใหญ่ ที่บริเวณส้วมร้างของชาวบ้านที่ปลูกสร้างด้วยสังกะสีบริเวณป่ารกทึบ ตรงกันข้ามกับประตูทางเข้าฐาน ซึ่งมีเศษวากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิง หนัก 30 ก.ก. แต่ไม่พบตัวจุดชนวน เนื่องจากระเบิดลูกดังกล่าวทำงานสมบูรณ์ ชิ้นส่วนต่างๆ ได้กระเด็นเข้าไปอยู่ในป่ารกทึบ ที่ด้านหลังเป็นป่าสวนยางพาราของชาวบ้าน

เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบและเคลียร์พื้นที่แล้วเสร็จ ได้ทำการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ พบลูกปลาย ซากชิ้นส่วนท่อแป๊ปเหล็กทรงกลม ปลอกกระสุนปืนของคนร้ายที่ตกอยู่ 2 จุดใหญ่ คือ ป่ารกทึบตรงข้ามกับฐาน และบ้านร้างของชาวบ้าน ที่อยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับอาคารน็อคดาวน์ห้องที่ 1 ด้านซ้ายมือของฐาน

จากเหตุการณ์ดังกล่าวยังส่งผลทำให้รถยนต์ของชาวบ้านที่จอดอยู่ในบ้านพัก และข้างป่ารกทึบ จำนวน 2 คัน ถูกกระสุนปืนได้รับความเสียหาย โดยคันแรกเป็นรถยนต์ยี่ห้อฟอร์ด สีดำ ทะเบียน กง ภต 7493 นราธิวาส ที่บริเวณกระจกหลังแตก และรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน นข 709 นราธิวาส กระจกหน้าแตก

จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ ส.ต.ต.พีรวิชญ์ ดวงแก้ว ขี่รถ จยย. โดยมี ส.ต.ต.ชวัลวิทย์ นั่งซ้อนท้าย เพื่อเลี้ยวรถ จยย. เข้าฐาน ซึ่งกลุ่มคนร้ายจำนวนกว่า 10 คน ได้แยกออกเป็น 2 ชุด ชุดที่ 1 ซึ่งวางกำลังอยู่บริเวณป่ารกทึบตรงกันข้ามกับประตูทางเข้าฐาน ได้ใช้อาวุธปืนสงคราม เอ็ม.16 ยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นาย ได้รับบาดเจ็บ ทำให้ รถ จยย.ล้มคว่ำหน้าประตูทางเข้าฐาน และทั้ง 2 นาย ได้หมอบคลานหาที่กำบังเพื่อหลบวิถีกระสุนปืนของคนร้ายที่ยิงซ้ำ

จากนั้นคนร้ายชุดที่ 2 ซึ่งซุ่มอยู่ที่ในบริเวณบ้านร้างของชาวบ้าน ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับอาคารน็อคดาวน์ ได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ฐาน สลับกับการขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ จนทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกันเป็นละลอกๆ นานกว่า 30 นาที ส่งผลทำให้ ส.ต.ต.กิติพงษ์ พรหมเจียม ถูกสะเก็ดระเบิดของคนร้ายที่ขอบตาด้านขวา ได้รับบาดเจ็บ

กระทั่งกลุ่มคนร้าย ทราบว่า เจ้าหน้าที่ได้ขอกำลังเข้าสนับสนุน จึงได้อาศัยความมืดและความชำนาญพื้นที่หลบหนีไป โดยมุ่งหน้าไปยังป่าสวนยางพาราของชาวบ้านที่อยู่ฝั่งตรงกันข้ามของฐาน

จากนั้นเมื่อเสียงปืนสงบลงเจ้าหน้าที่ นปพ.ที่อยู่ภายในฐาน ได้ช่วยกันนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 3 นาย ส่งรักษาที่โรงพยาบาลสุไหงปาดี เมื่อแพทย์ทำการปฐมพยาบาลในเบื้องต้น ได้ส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก

ต่อมา เวลา 22.00 น.ของวันเดียวกันนี้ พ.ต.อ.อัสรี ต่วนเพ็ง ผกก.สภ.สุไหงปาดี และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่ง ได้นั่งรถยนต์หุ้มเกราะวีวาร์ มายังจุดเกิดเหตุ และขณะที่รถยนต์หุ้มเกราะของผู้กำกับ สภ.สุไหงปาดี จอด ได้เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นอีก 1 ลูก ซึ่งไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ และทราบว่า ระเบิดลูกดังกล่าวประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิง จุดชนวนด้วยการตั้งเวลา ที่คนร้ายได้ฝังไว้บริเวณป่ารกทึบ ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับประตูทางเข้าฐาน

โดยคนร้ายมีเป้าหมายฝังไว้เพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่ หากเจ้าหน้าที่นำกำลังติดตามไล่ล่า แต่ด้วยความไม่ประมาทและทัศนวิสัยไม่เอื้ออำนวย เจ้าหน้าที่จึงไม่ได้ไล่ล่าหรือติดตามคนร้าย จึงทำให้เจ้าหน้าที่รอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ เชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ที่กระจายกำลังนัดแนะ ก่อเหตุร้ายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ช่วงเดือนรอมฎอน ซึ่งคาบเกี่ยวกับ ช่วงฮารีรายอ เพื่อแสดงศักยภาพ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เรื่องอื่นที่น่าสนใจ