เลิกใช้ได้หรือยัง! วิจัยชี้ รถบัส 2 ชั้นเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุมากกว่ารถบัสชั้นเดียวถึง 7 เท่า

Home » เลิกใช้ได้หรือยัง! วิจัยชี้ รถบัส 2 ชั้นเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุมากกว่ารถบัสชั้นเดียวถึง 7 เท่า
เลิกใช้ได้หรือยัง! วิจัยชี้ รถบัส 2 ชั้นเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุมากกว่ารถบัสชั้นเดียวถึง 7 เท่า

อุบัติเหตุรถบัสคณะดูงานเทศบาลตำบลพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ ที่เสียหลักพลิกคว่ำและทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 18 ราย กลายเป็นโศกนาฎกรรมล่าสุดที่สร้างความสะเทือนใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดอุบัติเหตุกับ “รถบัสสองชั้น” ซึ่งนำไปสู่การตั้งคำถามว่าประเทศไทยควรเลิกใช้รถบัสสองชั้นในการเดินทางแล้วหรือยัง? 

รถโดยสาร 2 ชั้น

รถโดยสาร 2 ชั้น หรือที่เรียกกันติดปากว่า “รถบัส 2 ชั้น” ถือเป็นรถมาตรฐาน 4 ตามพระราชบัญญัติกรมการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 คือมีทั้งห้องผู้โดยสารชั้นล่างและชั้นบน พื้นห้องโดยสารทั้ง 2 ชั้นแยกจากกันโดยเด็ดขาด มีทางขึ้นลงชั้นล่างอยู่ด้านข้าง และมีทางขึ้นลงอยู่ภายในตัวรถอย่างน้อย 1 ทาง ขณะที่ความสูงของรถจะต้องไม่เกิน 4.3 เมตร ยาวไม่เกิน 12 เมตร และกว้างไม่เกิน 2.55 เมตร 

รถบัส 2 ชั้นในประเทศไทยมากกว่าร้อยละ 80 เป็นรถที่ประกอบขึ้นเองในประเทศ เพราะมีราคาถูกกว่าการนำเข้าจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การผลิตกลับไม่ได้คำนึงถึงการวิเคราะห์ทางวิศวกรรม จึงส่งผลให้เกิดความไม่ปลอดภัยในการใช้งาน 

เสี่ยงอุบัติเหตุถึง 7 เท่า 

งานวิจัยจากศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย ระบุว่า รถบัส 2 ชั้น มีความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำมากกว่ารถบัสชั้นเดียวถึง 7 เท่า และหากประสบอุบัติเหตุก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นเหตุรุนแรงและเสียชีวิตถึง 10 เท่า 

ข้อมูลของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย พบว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เช่น รถตกไหล่ทางหรือตกเขามีการพลิกคว่ำ ส่วนใหญ่โครงสร้างของรถจะยุบตัว โดยเฉพาะรถบัส 2 ชั้น โดยชั้นบนจะหายออกไปเลย ทำให้ผู้โดยสารที่นั่งอยู่ชั้นบนได้รับอันตราย นอกจากนี้ จุดศูนย์ถ่วงของรถบัส 2 ชั้นจะมีความสูงมากกว่ารถบัสชั้นเดียว เมื่อมีผู้โดยสารนั่งด้านบนมาก จุดศูนย์ถ่วงจึงเพิ่มขึ้น รถบัส 2 ชั้นจึงไม่เหมาะกับการนำมาสิ่งระยะไกล 

ยกเลิกใช้ได้หรือยัง

กรมการขนส่งทางบกจะมีคำสั่งยกเลิกจดทะเบียนรถโดยสาร 2 ชั้น ตั้งแต่ปี พ.ศ.2559 เนื่องจากความไม่เหมาะสมในการใช้งาน แต่จากข้อมูลของกรมการขนส่งทางบกก็ยังคงมีรถบัส 2 ชั้นให้บริการทั่วประเทศมากกว่า 6,300 คัน โดยที่ประชาชนไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลสำคัญของรถบัสเหล่านี้ได้เลย เช่น อายุการใช้งาน การตรวจสอบรถ การตรวจสภาพรถ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยที่นำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุที่น่าเศร้าหลายต่อหลายครั้ง 

ดังนั้น ถึงเวลาหรือยังที่ภาครัฐและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะจริงจังกับการแก้ไขปัญหารถบัส 2 ชั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุที่ทำให้ต้องสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในประเทศ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เรื่องอื่นที่น่าสนใจ