ร้องสื่อ! หมอ ร.พ. ดังขอนแก่น เบี้ยวค่าเยียวยา ปม ทำคลอดคนไข้ดับ

Home » ร้องสื่อ! หมอ ร.พ. ดังขอนแก่น เบี้ยวค่าเยียวยา ปม ทำคลอดคนไข้ดับ
หมอทำคลอดคนไข้่ตาย-min

ญาติร้องสื่อถูกหมอโรงพยาบาลชื่อดัง จ.ขอนแก่น ทำคลอดหญิงวัย 28 ปี แต่เสียชีวิต อ้าง จะเยียวยาสุดท้ายผิดคำพูด แถมเรียกเก็บเงินส่วนต่าง

10 เม.ย.67 ที่บ้านเลขที่ 334 บ้านโนนอุดม ม.3 ต.กุดน้ำใส อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดงานศพให้กับ น.ส.สุมินตรา ศรีลาโพธิ์ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 142 ม.3 ต.กุดน้ำใส เสียชีวิตภายหลังคลอดลูกสาวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจ.ขอนแก่น ส่วนลูกเพิ่งคลอดเกิดการหยุดหายใจไป 5 นาที รักษาตัวอยู่ที่ในห้องไอซียู ซึ่งหมอแจ้งทางครอบครัวว่า น.ส.สุมินตรา มีภาวะตกเลือด ต้องตัดมดลูก และเกิดภาวะแทรกซ้อนเสียชีวิต

โดยบรรยากาศงานศพ มีบรรดาญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตมาช่วยกันจัดเตรียมงานศพ ส่วนสามีผู้เสียชีวิต อยู่ระหว่างทำเรื่องเอกสารให้กับภรรยาที่เสียชีวิต ซึ่งญาติๆของผู้เสียชีวิตบอกว่า น.ส.สุมินตรา กำพร้าพ่อแม้ตั้งแต่อายุ 2 ขวบ พ่อแม่เสียชีวิตทั้งคู่ ญาติๆทุกคนจึงได้ช่วยเหลือเลี้ยงดูจนถึงปัจจุบัน และทำงานอยู่โรงงานใกล้บ้าน ก่อนจะคบกับสามีและมีลูกด้วยกัน

นางเสาวลักษณ์ ชัยชนะ อายุ 29 ปี 159 ม.11 ต.เลิงแฝก อ.กุดรัง จ.มหาสารคาม บอก ว่า ตนเองและครอบครัวไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น้องสาวตั้งครรภ์ได้ 40 สัปดาห์ และเดินทางไปที่โรงพยาบาลเพื่อรอทำคลอดตามนัด เมื่อช่วงเช้าวันที่ 3 เม.ย.2567 ที่ผ่านมา ก่อนจะเสียชีวิตในวันที่ 6 เม.ย.2567

โดยตั้งแต่ก่อนมาทำคลอดนั้น น้องไม่ได้ปวดท้องคลอด แต่มาตามที่หมอนัด ซึ่งก่อนทำคลอดก็มีการพูดคุยกับน้องสอบถามอาการน้องเป็นยังไง ซึ่งน้องก็บอกปกติดีไม่มีอาการอะไรเลย ซึ่งตนเองถามอีกว่า หมอได้ให้ยาเร่งคลอดไหม ซึ่งน้องบอกไม่ใช้ ขอหมอผ่าคลอด ซึ่งขอตั้งแต่วันที่ 24 มี.ค.2567 ที่ผ่านมา แต่หมอบอกว่าไม่ใช่ทางเลือกที่ดีและไม่มีคิวว่าง เมื่อไปถึงโรงพยาบาลหมอ กระตุ้นช่องคลอดให้น้องแต่เปิดแค่ 1 ซม. และอาการยังทรงตัว โดยรอหมอที่ฝากพิเศษจะมาตรวจในช่วงค่ำ

กระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น. น้องสาวเริ่มมีอาการปวดท้องรุนแรงขึ้นก่อนเจ้าหน้าที่จะพาเข้าไปในห้องคลอด ต่อมาช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. หมอได้เข็นลูกของน้องสาวออกมา เป็นเพศหญิงน้ำหนัก 3.4 กก. โดยพาไปที่ห้องผู้ป่วยวิกฤติเด็ก พร้อมทั้งแจ้งกับทางญาติๆว่าเด็กมีอาการหายใจผิดปกติ แต่ต้องรอให้ทางคุณหมอพูดคุยกับทางสามีก่อนจึงจะออกมาชี้แจงให้ฟัง และไม่ได้มีการแจ้งมาก่อนจนรู้ทีหลังว่ามีภาวะตกเลือดหรืออาการอะไรแทรกซ้อน บอกเพียงว่าให้พักฟื้นในห้องคลอด 2 ชั่วโมงพอครบ 2 ชั่วโมงจะย้ายออกมาห้องพักฟื้นด้านนอก

ก่อนที่สักพักจะมาแจ้งกับญาติว่า น้องตกเลือดเยอะ ตกเลือดไปประมาณ 4 ลิตร และหาสาเหตุไม่ได้จึงต้องทำการผ่าตัดมดลูกออก พอผ่าตัดมดลูกออกแล้วเค้าก็ได้เอาผ้าก็อตซ์อุดเลือดไว้ในช่องท้องของน้อง แล้วหลังจากนั้นเค้าก็แจ้งว่าน้องมีภาวะหัวใจโตแทรกซ้อน หัวใจเต้นเร็ว และขณะทำคลอดหนูน้อยหยุดหายใจไป 5 นาที แล้วก็ทำการปั๊มหัวใจพาไปห้องไอซียู ส่วนตัวของคุณแม่ได้ไปเยี่ยมช่วงเที่ยง โดยน้องมีภาวะน้ำท่วมปอดเข้ามาเพิ่ม แล้วก็ไตวาย ต่อมาช่วงเย็นวันที่ 4 เม.ย.2567 ได้ย้ายน้องไปอีกตึก พอย้ายไปตอนแรกเค้าก็บอกว่าอาการน้องสาวดีขึ้น พวกกรดในเลือดก็เริ่มดีขึ้น ออกซิเจนก็เริ่มดีขึ้น ซึ่งทางญาติก็โอเค

แล้ววันที่ 5 เม.ย.2567 ช่วงเที่ยง ทางโรงพยาบาลมาแจ้งกับทางญาติว่าจะผ่าตัดเช็คดูว่าเลือดหยุดหรือยัง พอผ่าตัดน้องตอนช่วงบ่ายเค้าบอกว่าเลือดหยุดแล้ว และเอาผ้าก๊อซออกก่อนจะทำการเย็บปกติ การผ่าตัดก็ผ่านได้ด้วยดี แต่พอช่วงดึกน้องก็เริ่มมีภาวะหัวใจเต้นเร็ว ประมาณ 21.00 น. เป็นต้นไป ตนเองก็นั่งดูการรักษาของคุณหมอคุณหมอก็ช่วยกันเต็มที่ก็คือ น้องเวลาหัวใจน้องเต้นเร็วคุณหมอกระตุ้นหัวใจน้องน้องก็ลงแล้วมันจะเป็นขึ้นขึ้นลงลงขึ้นลงลงอยู่เนี่ยแต่ก็ก็คือคุณหมอไม่ได้แจ้งเราตอนแรกที่เราเอะใจก็คือเราเห็นหมอมาเยอะเราก็เลยเข้าไปดูเราก็เลยเห็นการรักษาของคุณหมอในช่วงวันที่ห้า วันที่ห้าแล้วแล้วก็พอมาเช้าวันที่หกน้องก็เลยจากไป

ทาง รพ.แจ้งว่าน้องมีภาวะแทรกซ้อนหลายอยาก จากการเสียเลือดเยอะ เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆในร่างกายได้ ซึ่งสิ่งที่ติดใจคือน้องสาวไปด้วยร่างกายที่แข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว น้องขอผ่าคลอดทำไมคุณหมอไม่ผ่าคลอดให้แต่แรกสุดท้ายก็ต้องผ่า เพราะเด็กน้ำหนัก 3.4 กก. ตัวใหญ่ และที่ต้องการให้ผ่าคลอดนั้นเพราะเคยเห็นประสบการณ์จากลูกพี่สาวเด็กสำลักน้ำคล่ำจึงไใาอยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำ ไม่ขอใช้ยาเร่งคลอด และตัวน้องสาวเองบอกตลอดว่าไม่ได้ใช้ยาเร่งคลอด แต่ญาติมารู่หลังจากน้องช็อกไปแล้วว่าหมอได้ใช้ยาเร่งคลอดไปตั้งแต่ 11.00 น. ทำไมตัวคนไข้ถึงไม่รู้ว่าใช้ยาเร่งคลอด

หลังจากรับศพน้องกลับมาตั้งศพที่บ้านในวันที่ 7 เม.ย.67 ช่วงเย็นหมอที่ทำคลอดให้น้อง รวมทั้งตัวแทนของผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น เดินทางมาร่วมงาน และพูดคุยถึงเรื่องเงินเยียวยา กับทางญาติญาติว่ามีค่าชดใช้ ค่าเยียวยา ซึ่งที่คุยกับคุณหมอที่ทำคลอดให้น้องตอนที่อยู่โรงพยาบาลก็ยอมรับว่าตัวเองเป็นคนทำให้เกิดความผิดพลาด โดยเมื่อวานที่ผ่านมาสามีของน้องสาวที่เสียชีวิตได้ไปขอรับสิทธิ์เงินเยียวยาตามที่หมอบอกแต่ทางโรงพยาบาลได้ให้ญาติเขียนคำร้องเกี่ยวกับ ม.41 ไปยื่นเรื่องส่งที่สำนักงานประกันสังคม

  • เปิดไทม์ไลน์ คลิปหลุด หลวงพี่แอบแซ่บสไตล์ mom and son
  • ด.ช.วัย 9 ขวบ เคราะห์ร้าย ถูกกระสุนปริศนาเจาะหัว คาด ยิงปืนฉลองวันฮารีรายอ 
  • เก๋งวูบหลับใน! ติดสะพานกลับรถมอเตอร์ไซค์ พระราม 2

หมอเบี้ยวค่าเยียวยา

ในเรื่องนี้ทางญาติญาติจึงมองว่าเป็นการชดใช้ ของสำนักงานประกันสังคมส่วนโรงพยาบาลชดใช้อะไรให้เรา ค่าใช้จ่ายกับเราเพิ่มเติมซึ่งมันไม่เป็นธรรมกับน้องมากๆ เพราะตอนแรกก็ไม่ได้ติดก็คือเค้าบอกว่า มันไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรแล้วเค้าจะชดใช้ชดเชยให้แต่พอมาวันนี้มันกลับชดใช้ก็เลยไม่โอเคเหมือนกับเราไม่ได้รับความเป็นธรรมแล้วน้อง ส่วนเด็กที่เพิ่งคลอดที่ยังอยู่โรงพยาบาลจะมีค่าใช้จ่ายขนาดให้ ซึ่งค่าส่วนต่างจากการรักษา ทางโรงพยาบาลแจ้งสามีน้องบอกว่า 200,000 บาทค่าทำคลอด กับ 50,000 บาท แต่ 200,000 ค่าทำคลอดนั้นไม่ต้องจ่าย แต่จะได้จ่าย 50,000 บาท ซึ่งเป็นค่าห้องค่าผ่าตัด ในวันที่หมอมาร่วมงานศพนั้นได้ให้เงินช่วยเหลือมา 5,000 บาทซึ่งเป็นเงินส่วนตัวของหมอ แต่ก็มาเรียกเก็บเงิน 50,000

ส่วนอาการของหนูน้อยที่เพิ่งคลอดนั้น หมอที่ทำคลอดบอกญาติญาติญาติว่าอาการน้องดีขึ้น แต่ญาติไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้จะมีเพียงพ่อของน้องที่เข้าไปหาลูกได้ และคุณหมอยังบอกอีกว่า สำหรับหนูน้อยที่เพิ่งคลอดมีอยู่ 3 ทางคือ หูหนวก-ตาบอด , ผู้ป่วยติดเตียง และเสียชีวิต ตอนนี้กำลังประสานทาง โรงพยาบาลศรีนครินทร์ เพื่อขอผ่าพิสูจน์ศพน้องสาว เพราะในใบมรณะบัตรว่า ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจบกพร่องในช่วงการตั้งครรภ์ ซึ่งมองมันย้อนแย้งกับสภาพร่างกายของน้องที่แข็งแรง

หมอขอนแก่น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เรื่องอื่นที่น่าสนใจ