
“พิธา” แจงรัฐสภา ย้ำมีคุณสมบัตินั่งนายกฯ ยืนยันปมแก้ ม.112 ไม่อยู่ใน MOU จัดตั้งรัฐบาล ขออย่าใช้ศาลเตี้ยตัดสิน
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส. และผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี จากพรรคก้าวไกล ใช้สิทธิ์ถูกพาดพิงจากนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.ภูมิใจไทย และนายประพันธุ์ คูณมี สมาชิกวุฒิสภา ทั้งเรื่องภาวะผู้นำและคุณสมบัตินายกรัฐมนตรี ต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภา โดยชี้แจงว่า พยายามพัฒนาภาวะผู้นำให้เป็นคนที่รักษาคำพูด
ดังสโลแกน “พูดแล้วทำ” ตามสัญญาที่เคยให้ไว้กับประชาชน และระบุว่า เวทีในวันนี้เป็นวิธีเลือกนายกรัฐมนตรีไม่ใช่เวทีในการแก้ไขกฎหมาย และหยิบยกว่า ผู้นำที่ดีของประเทศจะต้องมีความอดทนอดกลั้น รับฟังกับข้อกล่าวหาที่จะจริงหรือไม่จริง โดยเป็น 4 ข้อที่ขอสัญญาว่า เป็นคุณลักษณะที่ผู้นำของประเทศไทยควรจะมี และระบุว่าเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 ไม่ได้อยู่ใน MOU ของ 8 พรรคการเมืองจัดตั้งรัฐบาล
แต่การแก้ไขกฎหมายอยู่ที่ฝ่ายนิติบัญญัติ รับเป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรที่จะแก้ไขกฎหมายที่เป็นข้อขัดแย้ง แม้แต่ละคนจะมีความเห็นที่แตกต่างกัน พร้อมระบุว่า หากมีการพูดคุยอย่างมีวุฒิภาวะและมีเหตุผล นี่จะเป็นทางออกของประเทศจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่เห็นด้วยกับกรณีเรื่องของ ICC ที่หมายถึงอาชญากรรมทางสำคัญการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ โดยอ้างไปถึงข้อกังวลที่นายชาดา ได้กล่าวไว้อาจหมายถึงข้อ 27 ที่ประเทศต่างๆที่เป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 123 ประเทศ ญี่ปุ่น อังกฤษ กัมพูชา สวีเดน เดนมาร์ก มีการเซ็นลงนามไปแล้ว
ทั้งนี้ ถ้าเราเข้าใจว่าพระองค์ท่านอยู่เหนือการเมือง และทรงใช้อำนาจผ่าน ครม. ตรงนี้ไม่ได้เป็นประเด็นอย่างที่กล่าวหา จึงไม่เห็นด้วยอย่างแรง สิ่งที่น่ากลัวที่สุด คือ มีคนพูดใครหมิ่นสถาบันเอาปืนไปยิง ตนไม่แน่ใจว่าคนที่สูญเสียว่าไม่ทราบใครเป็นผู้ยิงเมื่อหลายปีก่อน 99 ศพ ราชประสงค์ ย้อนหลังไปถึงเรื่องเหตุการณ์ 6 ต.ค.-14 ต.ค. ที่ยังไม่รู้ว่า วัฒนธรรมรับผิดรับชอบที่เกิดขึ้นจะรู้สึกอย่างไรเมื่อมีคนเอาไปเรื่องในสภา
ขณะเดียวกัน นายพิธาได้ยืนยันต่อสมาชิกรัฐสภาทุกคน 750 คนที่มีสิทธิ์ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีว่า ยังมีคุณสมบัติสมบูรณ์แบบทุกประการ และมีความชอบธรรม โดยขณะนี้ยังไม่ทราบว่า ข้อกล่าวหาคืออะไร นอกจากนี้ยังถามถึงหลักการที่ว่า สมมุติฐานว่าผู้ถูกกล่าวหาบริสุทธิ์ไว้ก่อน ซึ่งทนายจะเข้าใจรับทราบเรื่องนี้ดี จะมีศาลเตี้ยในรัฐสภาแห่งนี้ไม่ได้
เพราะยังไม่มีโอกาสชี้แจงแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งในปี 62 ก็เหมือนกัน ก็ไม่ได้กระทบกับขบวนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี พร้อมยืนยัน ตนรอบคอบ รัดกุมเกี่ยวกับการยื่นแจ้งต่อ ป.ป.ช. และ กกต. ทุกครั้ง ตั้งแต่เป็น ส.ส. เพราะยอมรับในการตรวจสอบ ดีกว่าบางคนที่ไม่ได้อยู่ในการตรวจสอบ