.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
คอการเมืองบอก มาถูกทางแล้ว! พรรคเด็กสับขาหลอก “ศึกซักฟอก” เปลี่ยนเป้าพุ่งใส่ “ทักษิณ-อิ๊งค์” มัดรวมนายกฯ พ่อลูก
ถัดจากเคลียร์ “ศึกในรัฐบาล” ผ่านภาพ “ดินเนอร์รัฐบาล” เพียงข้ามวัน ก็ได้ฤกษ์ “ฝ่ายค้าน” นำโดย “พรรคเด็ก-ประชาชน” ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแบบ “สับขาหลอก” แม้จะมีการอ้างว่า “ข้อสอบรั่ว”
จากที่มีข่าวมาตลอดว่าจะเป็นการ “อภิปรายรายบุคคล” มัดรวมรัฐมนตรีที่เป็น “หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล” และ “รัฐมนตรีพี่เลี้ยงนายกฯ” รวมเกือบ 10 คน กลายมาเป็นยื่นซักฟอกโฟกัสเป้าไปที่ “นายกอิ๊งค์-แพทองธาร ชินวัตร” โดยมัดรวม “พ่อนายกฯ” อย่าง “ทักษิณ ชินวัตร” ไว้ในการจั่วหัวด้วย
อย่างที่ “เท้ง-ณัฐพงษ์” ผู้นำฝ่ายค้านหัวหน้าพรรคเด็กที่ถือโอกาสพ่วงเรื่อง การยื่นตรวจสอบคณะกรรมการปปช.เข้ากับ การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ บอกว่า เนื้อหาจะคลุมทุกประเด็น โดยโฟกัสที่ “นายกฯอิ๊งค์” คนเดียว เหตุเป็นรากเหง้าปัญหา เกิดจากการจัดตั้ง “รัฐบาลผสมพันธุ์ข้ามขั้ว” ความไร้ภาวะผู้นำ-ควบคุมเสียงพรรคร่วมรัฐบาลไม่ได้
โดยใน “ญัตติซักฟอก” ยังมีการระบุว่า ไม่อาจไว้ใจให้ “อิ๊งค์” เป็นนายกฯต่อไปเพราะไม่มีคุณสมบัติขาดภาวะผู้นำ ขาดวุฒิภาวะ ขาดความรู้ความสามารถขาดเจตจำนงในการบริหารประเทศที่จะแก้ปัญหาให้ประชาชนส่งผลให้ทำลายภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประเทศ จงใจลอยตัวเหนือปัญหาไม่มีความรับผิดชอบ
เพียงเพราะเห็นแก่ประโยชน์ของตนเอง บิดา ครอบครัว และพวกพ้องเป็นตัวตั้งอยู่เหนือประโยชน์ส่วนรวม ยังไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติกรรมเอาเปรียบประชาชนสังคมไม่ทำตามนโยบายที่สัญญาไว้กับประชาชนเป็น “นั่งร้าน” ช่วยเหลือต่างตอบแทนกลุ่มบุคคลที่เป็นปฎิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย บริหารบ้านเมืองผิดพลาดอย่างร้ายแรงทั้งด้านการเมือง ปฏิรูปกองทัพความมั่นคง เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม ทำลายนิติรัฐ ทำลายระบอบปชต.ระบบรัฐสภาเจตนาปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต เอื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง
แต่งตั้งบุคคลที่ขาดความเหมาะสมเป็นรัฐมนตรียินยอมให้ “ทักษิณ” ผู้เป็นบิดา ชี้นำ ชักใย ให้กระทัหรืองดเว้นการกระทำอันเป็นเรื่องสำคัญของชาติบ้านเมือง ประพฤติเหมือนเป็น “นายกหุ่นเชิด” โดยมี “บิดา” เป็นนายกฯตัวจริงที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อการใช้อำนาจ
ในขณะที่ “นายกฯอิ๊งค์” ที่จู่ๆวันนี้(27ก.พ.)มาปรากฏตัวที่รัฐสภาเพื่อตอบกระทู้ถามของสภาด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกตั้งแต่เป็นนายกฯมา ที่แม้จะยอมรับว่าต้องมีทีม “องครักษ์พิทักษ์นายกฯ” ในศึกซักฟอกครั้งนี้ แต่ก็ยังโชว์ความหน้ามั่น ว่าไม่เหนือที่คาดหมายกับการพุ่งเป้ามาที่ตัวเองคนเดียว แต่ยืนยันพร้อมตอบได้ในทุกประเด็น
โดยจะให้รัฐมนตรีกระทรวงต่างๆที่รับปากแล้วช่วยชี้แจง ส่วนประเด็นที่เป็นภาพรวมของรัฐบาล ตนเองก็พร้อมจะตอบ และก็มีคำตอบไว้แล้วกับข้อกล่าวหา ว่าตนเป็น “นั่งร้าน” ส่วนที่ระบุว่าตนขาดวุฒิภาวะในการบริหารประเทศ ต้องดูข้อมูลประกอบ เพราะตัวเองก็เคยเป็นฝ่ายค้านมาก่อน เข้าใจดีว่าหน้าที่ของฝ่ายค้านเป็นอย่างไร
พร้อมย้ำว่า มั่นใจว่าสามารถชี้แจงได้ทุกข้อกล่าวหา แต่จะเป็นคำตอบที่ฝ่ายค้านพอใจหรือไม่เป็นอีกเรื่อง และยอมรับว่ามีการพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล และ ทุกฝ่าย ก็พร้อมให้การสนับสนุน โดยเฉพาะรัฐมนตรีที่รับผิดชอบกระทรวงต่างๆ ที่ยินดีจะตอบคำถามในกระทรวงตัวเอง และไม่จำเป็นต้องให้คุณพ่อ “ทักษิณ”ที่โทรศัพท์มาหาตั้งแต่เช้าแต่ยังไม่ได้คุยกันมาเป็นหัวหน้าองครักษ์ให้ แต่จะเป็นที่ปรึกษาในเรื่องอื่นๆ มากกว่า
เรียกว่าการพลิกเกม “สับขาหลอก” ของ “ฝ่ายค้าน” งวดนี้ ถูกคอการเมืองหลายวิเคราะห์ว่ามาถูกทางที่จะโฟกัสจุดปัญหาไปที่ “ศูนย์อำนาจ” ผ่านตัว “นายกฯอิ๊งค์” อย่างที่ “เทพไท” โทพFBว่า พรรคส้มคิดถูก ถล่ม อุ๊งอิ๊ง คนเดียว โดยประเมินว่าการซักฟอกนายกฯคนเดียวจะส่งผลดี7ข้อ อาทิ เป็นการ “ล็อคเป้า” เฉพาะ “อิ๊งค์” ทำให้ รู้ว่ายังอ่อนหัด ตอบไม่ได้ ก็จะตกม้าตายกลางสภาฝ่ายค้านสามารถขึงพืด ถลกหนังได้อย่างเต็มที่ ,สามารถเชื่อมโยงไปถึงตัว “ทักษิณ” ได้เต็มที่
ถ้าญัตติไม่ไว้วางใจมีประเด็นเกี่ยวกับการครอบงำรัฐบาลของบุคคลภายนอก และการจัดตั้งรัฐบาล เพื่อประโยชน์ให้กับครอบครัวชินวัตร ซึ่งสามารถอภิปรายได้ ถ้าหากมีการเขียนไว้ในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย, ลบภาพพรรคปชน.ซูเอี๋ยกับพรรคเพื่อไทย มีดีลฮ่องกง ระหว่างผู้นำจิตวิญญาณ
ที่ทำให้สังคมกล่าวหาว่า พรรคประชาชนเป็นพรรคฝ่ายค้านไม่จริง เป็นพรรคฝ่ายคอยไม่ใช่พรรคฝ่ายค้าน
นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความหวาดระแวงในพรรคร่วมรัฐบาล ถ้ามีหลักฐานชัด สามารถกดดันพรรคร่วมรัฐบาลไม่ยกมือไว้วางใจได้ โดยไม่ต้องพะวักพะวง
กับการยกมือให้กันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล เพราะไม่มีการซักฟอกรัฐมนตรีของพรรคร่วมรัฐบาลอื่น และถือเป็นการสู้กันทางการเมืองในเวทีสภาแบบตัวต่อตัว ใครดีใครอยู่ ถูกใจ กลุ่มฮาร์ดคอร์ รวมถึงกองเชียร์ด้อมส้ม ที่ต้องการเห็นการแตกหักทางการเมืองระหว่างพรรคประชาชนกับพรรคเพื่อไทย
โดย “เทพไท” ยังประเมินว่าการอภิปรายนายกฯคนเดียวถือว่าเข้าเป้ากว่าอภิปรายรายบุคคล เพราะมีผลได้เสียทางการเมืองมากกว่า ตามหลักยุทธวิธีการทหารต้องเด็ดหัวแม่ทัพให้ได้ก่อน ไพร่พลก็จะแตกกระสานซ่านเซ็นไปเองโดยปริยาย
ปริยาย