พลาดแล้ว! ผู้เฒ่าเจอ "หินสีทอง" เอาไปขาย 1,200 ผู้เชี่ยวชาญเฉลยช็อก ราคาจริง 200 ล้าน

Home » พลาดแล้ว! ผู้เฒ่าเจอ "หินสีทอง" เอาไปขาย 1,200 ผู้เชี่ยวชาญเฉลยช็อก ราคาจริง 200 ล้าน
พลาดแล้ว! ผู้เฒ่าเจอ "หินสีทอง" เอาไปขาย 1,200 ผู้เชี่ยวชาญเฉลยช็อก ราคาจริง 200 ล้าน

ผู้เฒ่าจีนเจอ “หินสีทอง” เอาไปขายต่อ 1,200 ช็อกผู้เชี่ยวชาญเผยมูลค่าจริง 200 ล้าน ก่อนเฉลยว่าคืออะไร รัฐบาลต้องออกกฎหมายใหม่ทันที

ตามรายงานพบว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในปี ค.ศ.1970 ชายชราชื่อว่า นายหว่อง (นามสมมุติ) เกิดและเติบโตที่มณฑลมองโกเลีย ในครอบครัวเกษตรกรรมที่ยากจน หาเลี้ยงชีพด้วยการรวบรวมข้าวของและเศษเหล็กในพื้นที่อยู่อาศัยไปขายเป็นเงิน

วันหนึ่งขณะที่เขาใช้พลั่วเล็กๆ ในมือขุดคุ้ยถังขยะที่คนนำสิ่งของต่างๆ มาทิ้งกัน ก็ค้นพบวัตถุโลหะแวววาวจำนวนมากวางอยู่ข้างๆ กัน โดยเฉพาะก้อนหนึ่งที่สะดุดตาเพราะส่องแสงสีเหลืองจากด้านใน และมีน้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม เมื่อคิดว่าสิ่งนี้คือ “ทองคำ” จึงก็รีบหยิบมันใส่ในกระเป๋าแล้วนำกลับบ้านทันที

เมื่อกลับถึงบ้านจึงนำวัตถุก้อนดังกล่าวออกมาล้างน้ำ และเห็นว่าภายใต้ชั้นดินที่ปกคลุมอยู่นั้น มีชั้นสีทองแวววาวอยู่ด้านในอีกทั้งยังสลักลวดลายที่ชวนให้นึกถึงมังกรและนก ในเวลานี้เขาคิดว่าเจอของมีค่าแน่แล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าเป็นทองคำจริงหรือไม่ ดังนั้นจึงตัดสินใจนำไปที่ธนาคารเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง

ที่ธนาคาร เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าของชิ้นนี้เป็น “ทองคำ” อย่างไรก็ตาม เนื่องจากทองคำชิ้นนี้มีสิ่งสกปรกฝังอยู่เป็นจำนวนมากธนาคารจึงปฏิเสธที่จะซื้อทองคำชิ้นนี้ หลังจากเจรจาและเสนอแผนให้กับชายชราแล้ว นายหว่องก็ตกลงที่จะให้เจ้าหน้าที่ธนาคารช่วยเขาละลายทองคำที่พบ และขายในราคา 1,200 หยวน (ประมาณ 6,000 บาท)

ทั้งนี้ สำหรับในปี 1970 เงินจำนวน 1,200 หยวน ถือเป็นเงินจำนวนมหาศาล และถือได้ว่าเป็นโชคลาภของชายชราผู้น่าสงสารคนนี้ ดังนั้นหลังจากได้รับเงินที่เหมือนหล่นลงมาจากฟ้า นายหว่องก็อดไม่ได้ที่จะมีความสุขอและเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้เพื่อนบ้านฟัง

ข่าวที่ชายชราค้นพบทองคำแพร่กระจายอย่างกว้างขวาง และในที่สุดข่าวนี้ก็ดังไปถึงหูของผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ พวกเขาสงสัยว่าทองคำที่นายหว่องขายอาจเป็นโบราณวัตถุทางประวัติศาสตร์ ดังนั้นอพวกเขาจึงเริ่มค้นหามันในเชิงรุก

ตามคำอธิบายของชายชรา ผู้เชี่ยวชาญสรุปว่าชิ้นส่วนทองคำที่เขาหยิบขึ้นมานั้น อาจเป็นของที่ระลึกของชาวฮั่นโบราณ และมีอายุนับพันปี คาดว่ามูลค่าที่แท้จริงของสินค้าดังกล่าวอาจสูงถึง 200 ล้านหยวน (ประมาณ 1 พันล้านบาท) น่าเสียดายที่สิ่งของชิ้นนี้ถูกชายชราหลอมละลายไปแล้ว

เหตุการณ์ “ละลายโบราณวัตถุ” ในครั้งนี้ ทำให้ทางการจีนในขณะนั้นกังวลเป็นอย่างมาก เพราะหากสถานการณ์นี้ยังคงเกิดขึ้นต่อไป อาจทำให้เกิดความเสียหายอย่างนับไม่ถ้วนต่อโบราณคดีและประวัติศาสตร์ของจีน

ด้วยเหตุนี้ ตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน ค.ศ.1982 จีนจึงได้ออกกฎหมายใหม่ ซึ่งก็คือ “กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองโบราณวัตถุทางวัฒนธรรมของสาธารณรัฐประชาชนจีน” กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า มรดกทางวัฒนธรรมทั้งหมดที่พบใต้ดิน ในน่านน้ำ และดินแดนของจีน ถือเป็นของรัฐนี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เรื่องอื่นที่น่าสนใจ