ป่าไม้กำแพงเพชร เร่งตรวจสอบ นายทุนขุดดินป่าสงวนคลองวังเจ้า

Home » ป่าไม้กำแพงเพชร เร่งตรวจสอบ นายทุนขุดดินป่าสงวนคลองวังเจ้า



ป่าไม้กำแพงเพชร เร่งตรวจสอบ นายทุนขุดดินป่าสงวนคลองวังเจ้า

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 65 เวลา 13.00 น. นายวัฒนา ผันน้อย เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญการ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กพ.1 (น้ำดิบ) และ เจ้าหน้าที่ทหาร กอ.รมน.กำแพงเพชร รวมไปถึงเจ้าที่ สปก.กำแพงเพชร ลงพื้นที่บ้านหัวฝาย ม.9 ต.ท่าขุนราม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร หลังผู้ร้องเรียนได้ให้ข้อมูลกับทางเพจ”กำแพงเพชร ร้องเรียนอะไร บอกไว้ที่นี่” ว่ามีการลักลอบขุดดินในพื้นที่ป่าสงวน พร้อมคลิปวีดีโอบันทึกภาพ รถบรรทุกดินขับผ่านเข้าออกในพื้นที่

เมื่อไปถึงจุดหมายพบว่ามีร่องรอยการขุดดินเป็นดินลูกรังโดยใช้รถแบคโฮขุดเปิดหน้าดินเป็นบริเวณกว้าง อีกทั้งยังพบร่องรอยล้อรถบรรทุกดินเป็นจำนวนมากคาดว่าผู้ลักลอบน่าจะบรรทุกดินลูกรังเข้า-ออกมาแล้วหลายเที่ยวและดูจากสภาพบริเวณที่ขุดดินคงจะกระทำการมาหลายวันแล้วซึ่งจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่เบื้องต้นพบความเสียหายจากการขุดดินในพื้นที่ดังกล่าวไปกว่า 2-3 ไร่

โดยจากการสำรวจพื้นที่เบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในวันนี้พบว่าการลักลอบขุดดินในครั้งนี้พื้นที่มีการเปิดหน้าดินเป็นบริเวณค่อนข้างกว้างพอสมควรในเบื้องต้นคาบเกี่ยวกันระหว่างเขตพื้นที่ป่าสงวน และพื้นที่เขต สปก.โดยคณะเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่าความเสียหายในแต่ละเขตพื้นที่เสียหายไปเป็นจำนวนเขตละกี่ไร่ พร้อมนำกำลังเจ้าหน้าที่ทำการตรวจยึดพื้นที่คืนเอาไว้ก่อนซึ่งขณะนี้กำลังตรวจสอบทั้งพื้นที่ความเสียหาย และจะได้ประสานงานหน่วยงานฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนติดตามผู้ที่ลักลอบนำรถยนต์บรรทุก และรถแบ็คโฮมาขุดดินลูกรังในพื้นที่ดังกล่าวมาดำเนินคดีต่อไป

นายวัฒนา กล่าวว่าตอนนี้ตนและเจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบพื้นที่ว่าเป็น สปก.หรือพื้นที่ป่าสงวนเบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นพื้นที่คาบเกี่ยวกันโดยบางส่วนเข้าไปในเขตป่าสงวนคลองวังเจ้า และคลองสวนหมาก พื้นที่ความเสียหาย 2 ไร่กว่าๆทั้งนี้จะได้ตรวจเช็คพิกัดอีกที ซึ่งจากร่องรอยผู้ลักลอบขุดน่าจะเข้ามาขุดดินในบริเวณนี้อยู่หลายวันแล้วแต่เมื่อเราตรวจสอบก็ไม่พบเครื่องจักรแล้วจะมาพบก็แค่ร่องรอยในการขุดอย่างที่เห็น

ซึ่งหากขุดลุกล้ำเข้าไปในเขตป่าสงวนก็จะมีความผิดตาม พรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ผู้กระทำความผิดก็จะต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาบุกรุก แผ้วถางพื้นที่ป่าสงวนซึ่งมีโทษทั้งจำ ทั้งปรับ ซึ่งคดีดังกล่าวข้อหาค่อนข้างหนักเพราะถือว่าเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมด้วย ตนยอมรับว่าที่ผ่านมาไม่มีใครเบาะแสเรื่องการลักลอบเข้ามาขุดดินในพื้นที่ดังกล่าวมาเลยจนมาวันนี้ได้เข้าพื้นที่และได้พบว่ามีการขุดดินออกไปเป็นจำนวนมากพอสมควร

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เรื่องอื่นที่น่าสนใจ