ปิดฉากมวยไทยสมัครเล่นเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ได้ยอดฝีมือลุยเวิลด์ ที่ตุรกีต่อ

Home » ปิดฉากมวยไทยสมัครเล่นเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ได้ยอดฝีมือลุยเวิลด์ ที่ตุรกีต่อ
ปิดฉากมวยไทยสมัครเล่นเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ได้ยอดฝีมือลุยเวิลด์ ที่ตุรกีต่อ

การแข่งขันมวยไทยสมัครเล่นเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ประจำปี 2566 ที่หน้าอาคารนิมิตบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ ปทุมวัน ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2566  โดยมี ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ ประธานสหพันธ์สมาคมมวยไทยนานาชาติ (IFMA) และนายกสมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ (AMTAT) เป็นประธานในพิธีปิด

สำหรับการแข่งขันวันสุดท้ายรอบเช้าเป็นการแข่งขันไหว้ครูมวยไทย ส่วนภาคบ่ายเริ่มตั้งแต่การแข่งขันคีตะมวยไทย และการชกของ 2 รุ่น คือ รุ่นอายุ 18-23 ปี ชาย-หญิง และรุ่นอายุ 15-17 ปี ชาย-หญิง
 
ผลการแข่งขันรุุ่นอายุ 18-23 ปี รุ่น 45 กิโลกรัมชาย เหรียญทอง อดิศร นุ้ยโส้ะ จาก มหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตชุมพร, เหรียญเงิน สิทธิศักดิ์ ไชชยมงคล จากสมาคมกีฬาจังหวัดแม่ฮ่องสอน, หรียญทองแดง ณัฐสิทธิ์ อายุยืน จาก มรภ.สุราษฎร์ธานี กับ ชินวัตร จันตะมะ จากกองทัพภาคที่ 3
 f11
f12
 รุ่น 45 กิโลกรัมหญิง เหรียญทอง อริศรา นุ่นเอียด จากทหารอากาศ, เหรียญเงิน ศุภ ฟ้าธรณีแสง จากโรงเรียนกีฬากรุงเทพฯ, เหรียญทองแดง จุฑารัตน์ วิชัยดิษฐ์ จากมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตชุมพร กับ นฤมล มณีฉาย จาก มรภ.สุราษฎร์ธานี

 รุ่น 48 กิโลกรัมชาย เหรียญทอง บริรักษ์ ดีเร็ว จากกองทัพบก, เหรียญเงิน อนุชิต พิมานฉิมพลี จากสมาคมกีฬาจังหวัดแม่ฮ่องสอน, เหรียญทองแดง สุธาวี แซ่เฒ่า จากมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตชุมพร กับ ซัมซู สนิแล จากสมาคมกีฬากรุงเทพฯ

 รุ่น 48 กิโลกรัมหญิง เหรียญทอง กุลณัฐ อ่อนอก จากทหารอากาศ, เหรียญเงิน อภิชญา เลขมาศ จากมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตชุมพร, เหรียญทองแดง รวิวรรณ รักชิตร จาก มรภ.สุราษฎร์ธานี กับ เกวลิน เขียวพรมมา จากสมาคมกีฬากรุงเทพฯ

 รุ่น 51 กิโลกรัมชาย เหรียญทอง ณัฐพงค์ พงค์พันธ์ จากกองทัพบก, เหรียญเงิน พิทธพร อันโน จากมรภ.สุรินทร์, เหรียญทองแดง รณกร ยาคำ จากกองทัพภาคที่ 3 กับ ธนวัฒน์ จิตรครบุรี จากมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตชุมพร
 
 รุ่น 51 กิโลกรัมหญิง เหรียญทอง นิราวรรณ ตังจิว จากทหารอากาศ, เหรียญเงิน จิตติมา พรหมเสน จาก โรงเรียนกีฬากรุงเทพฯ, เหรียญทองแดง กานต์ธีรา เฉลิมสถาน จากมหาวิทยากีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตชุมพร กับ วีรวรรณ เขตสักขี จาก มรภ.สุรินทร์
f13
 รุ่น 54 กิโลกรัมชาย เหรียญทอง ทศพร ศรีพรมหม จากกองทัพบก, เหรียญเงิน ธราดล สนธิช่วย จาก มรภ.สุราษฎร์ธานี, เหรียญทองแดง วายุ หวัดแท่น จากสมาคมกีฬากรุงเทพฯ กับ เฉลิมชนม์ วงค์เทพ จากสมาคมกีฬจังหวัดแม่ฮ่องสอน

 รุ่น 54 กิโลกรัมหญิง เหรียญทอง ธนิษฐา เพลินจิตร จากทหารอากาศ, เหรียญเงิน สุธาทิพย์ ทองตรีพันธุ์ จากมรภ.สุราษฎร์ธานี, เหรียญทองแดง สุรัชดา นามรักษ์ จากโรงเรียนกีฬากรุงเทพฯ กับ เปรมฤดี พรหมจันทร์ จาก มหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตชุมพร
 
 รุ่น 57 กิโลกรัมชาย เหรียญทอง เกียรติบัณฑิต พื้นบน จาก มรภ.สุรินทร์, เหรียญเงิน ศุภกร ศิริลุน จากกองทัพบก, เหรียญทองแดง พศุตม์ ขนอม จากมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตชุมพร กับ ศักดา ขาวเรือง มรภ.สุราษฎร์ธานี

 รุ่น 60 กิโลกรัมชาย เหรียญทอง อัษฎาวุธ บุญรัตน์ จากมรภ.สุราษฎร์ธานี, เหรียญเงิน วิทย์วัช อ้วนตี จากกองทัพภาคที่ 3, เหรียญทองแดง วีรภัทร บุตรหลัง จากมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตชุมพร กับ ธนรัฐ ยังงาม จาก มรภ.สุรินทร์

 ขณะที่รุ่นอายุ 15-17 ปี รุ่น 45 กิโลกรัมชาย เหรียญทอง ธัญยามัย ศรีทองบูลย์ จากโรงเรียนกีฬาเทศฯสุราษฎร์ธานี เหรียญเงิน ธีรภัตร์ อิตัน จากสมาคมกีฬากรุงเทพฯ, เหรียญทองแดง นันทวัฒน์  จันทร์พุ่ม จากโรงเรียนกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช กับ ศุภสิน แก้วมี จาก โรงเรียนกีฬากรุงเทพฯ

 รุ่น 45 กิโลกรัมหญิง เหรียญทอง นรชา ตังจิว จากทหารอากาศ, เหรียญเงิน สุนิสา อนามนารถ จาก โรงเรียนกีฬากรุงเทพฯ, เหรียญทองแดง หริกานต์ แสงทอง จากสมาคมกีฬาจังหวัดสุราษฎร์ธานี กับ ธิดารัตน์ กันย์บุรี จากค่ายมวยศูนย์ฯตาก

 รุ่น 48 กิโลกรัมชาย เหรียญทอง ศรฤทธิ์ นาคนวล จากกองทัพภาค 3, เหรียญเงิน เกรียงศักดิ์ ไกยสิทธิ์ จากโรงเรียนกีฬาเทศฯสุราษฎร์ธานี, เหรียญทองแดง ชาคริส ลูเหลิม จากโรงเรียนกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช กับ ปิยพงษ์ นวลแก้ว จากกองทัพบก

 รุ่น 48 กิโลกรัมหญิง เหรียญทอง  อนุธิดา แสงขาว จากท่ามะปราง, เหรียญเงิน ปลายฝน สุวรรณ จากทหารอากาศ, เหรียญทองแดง นริสรา จันชาดา จากสมาคมกีฬาจังหวัดชัยภูมิ กับ กมลรัตน์ มีพริ้ง จาก สมาคมกีฬาจังหวัดสุราษฎร์ธานี

 รุ่น 51 กิโลกรัมชาย เหรียญทอง สิทธินนท์ ดำเนียม จากโรงเรียนกีฬากรุงเทพฯ, เหรียญเงิน อัมรินทร์ เพชรฤทธิ์ จากโรงเรียนกีฬาจังหวัดตรัง, เหรียญทองแดง อาทิตย์ แสนงาม จากกองทัพบก กับ อภิโชค ผากา จากกองทัพภาค 3

 รุ่น 51 กิโลกรัมหญิง เหรียญทอง มณีวรรณ เคี่ยมการ จากสมาคมกีฬาจังหวัดสุราษฎร์ธานี, เหรียญเงิน โสธิดา สิทธิไชย จากท่ามะปราง, เหรียญทองแดง มิญชญา สีมวงศ์ จากทหารอากาศ กับ ชนัญชิตา ณ วิจิตร จาก โรงเรียนกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช

 รุ่น 54 กิโลกรัมชาย เหรียญทอง พัชรพล แสนสวาท จากกองทัพบก, เหรียญเงิน วิวิธวินท์ เลนทำมี จาก โรงเรียนกีฬากรุงเทพฯ, เหรียญทองแดง คเชนทร์ ตุลารักษ์ จากสมาคมกีฬากรุงเทพฯ กับ ณัฐพัชน์ ศรีนวลยอดใส จากกองทัพภาค 3
f10
 รุ่น 54 กิโลกรัมหญิง เหรียญทอง เอวิตรา สอนฤทธิ์ จากสมาคมกีฬาจังหวัดชัยภูมิ, เหรียญเงิน วลีพร เอมโคกสรุด จากโรงเรียนกีฬากรุงเทพฯ, เหรียญทองแดง สุพัตตรา อินธิราช จากท่ามะปราง กับ สโรชา หนูเนียม จากโรงเรียนกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช

 รุ่น 57 กิโลกรัมชาย เหรียญเงิน ณัฐวุฒิ พรหมแก้ว จากโรงเรียนกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช, เหรียญเงิน ศุภโชค ขุนชาญ จากโรงเรียนกีฬาเทศฯสุราษฎร์ธานี, เหรียญทองแดง ธีรภัทร พรมเลข จากกองทัพภาค 3 กับ สุรบดินทร์ สุขดารา จากกองทัพบก

รุ่น 60 กิโลกรัมชาย เหรียญทอง อภิรักษ์ กุนอก จากกองทัพบก, เหรียญเงิน ปภังกร จันทรโสภา จากกองทัพภาค 3, เหรียญทองแดง สุกฤษฎิ์ นาคปรีชา จากสมาคมกีฬากรุงเทพฯ กับ สันณห์สิริ ดอกชะเอม จากโรงเรียนกีฬาเทศฯสุราษฎร์ธานี

ส่วนการแข่งขันร่ายรำไหว้ครูมวยไทย ประเภทบุคคลหญิง แชมป์ตกเป็นของ เนตรนภา สีหาคำแท้ รับเงินรางวัล 12,000 บาท อันดับ 2 ปิยะดา สุธรรมมา รับเงินรางวัล 8,000 บาท อันดับ 3 ขวัญพิชชา ภาคแก้ว, อริศรา แยกโคกสูง รับเงินรางวัลคนละ 4,000 บาท ส่วนประเภทบุคคลชาย แชมป์เป็นของ ธนวัฒน์ แสงนาค รับเงินรางวัล 12,000 บาท อันดับ 2 นัฐพล ไชยมาตย์ รับ 8,000 บาท อันดับ 3 อัครวัฒน์ เจริญพันธ์, อุกกฤษฎ์ น้อยอุบล รับเงินรางวัลคนละ 4,000 บาท
 
 ขณะที่การแข่งขันไม้มวยไทย ประเภทคู่หญิง แชมป์ตกเป็นของ กานต์พิชชา สรวงศิริ กับ เนตรนภา สีหาคำแท้ รับเงินรางวัล 18,000 บาท อันดับ 2 ขวัญพิชชา ภาคแก้ว กับ จิรัชญา ทีคำแก้ว รับ 12,000 บาท อันดับ 3 คัมภีรพรรณ เทียมทัศ กัย ศิริตุลา หอมจำปา, วนิษา ไชยจูด กับ สุพัชฎาภรณ์ ดำชื่น รับ 6,000 บาท ส่วนประเภทคู่ชาย แชมป์เป็นของ พิทยา ทิพย์ปรานี กับ ธนวัฒน์ แสงนาค รับเงินรางวัล 18,000 บาท อันดับ 2 จิรวัฒน์ จิตระงับ กับ สหภาพ ลาภสถิตย์ รับ 12,000 บาท อันดับ 3 นครินทร์ ใจเร็ว กับ ธีระวัฒน์ ผลไธสง, อุกกฤษฎ์ น้อยอุบล กับ อัครวัฒน์ เจริญพันธ์ รับเงินรางวัล 6,000 บาท

 ส่วนการประกวดคีตะมวยไทยชิงแชมป์ประเทศไทย ประจำปี 2566 รุ่นทั่วไปอายุไม่เกิน 23 ปี ทีมชนะเลิศตกเป็นของ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตเพชรบูรณ์ รับโล่พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท อันดับ 2 วิทยาลัยมวยไทยศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง รับโล่พร้อมเงินรางวัล 50,000 บาท, อันดับ 3 โรงเรียนบ้านวังโพรง จังหวัดพิษณุโลก รับโล่พร้อมเงินรางวัล 30,000 บาท, รางวัลชมเชย โรงเรียนวัดกองแก้ว (ผาดกาบแก้ว) จังหวัดสมุทรปราการ และ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา พิษณุโลกเขต 2 จังหวัดพิษณุโลก รับโล่ พร้อมเงินรางวัล 15,000 บาท
 
ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ ประธานสหพันธ์สมาคมมวยไทยนานาชาติ (IFMA) และนายกสมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ (AMTAT) เปิดเผยว่า มาตรฐานในการจัดการแข่งขันมวยไทยสมัครเล่นเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ประจำปี 2566 ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง กระแสตอบรับจากแฟนมวยค่อนข้างหนาตา บรรยากาศคึกคัก สถานที่แข่งขันมีความพร้อมทางกรมพลศึกษาในฐานะเจ้าของสถานที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ในส่วนกิจกรรมที่จัดแข่งขันนอกเหนือจากการประชันฝีมือศิลปะแม่ไม้มวยไทยในการต่อสู้ของแต่ละรุ่นการชกแล้วนั้นยังมีเรื่องของการแสดงตีตะมวยไทย ไม้มวย ทำให้การแข่งขันมีเรื่องของเอ็นเตอร์เทนเมนท์เข้ามาร่วมด้วยทำให้กลายเป็นทำให้เป็นที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น

ดร.ศักดิ์ชาย กล่าวต่อว่า ในเรื่องมาตรฐานและความสามารถของนักกีฬาทีมเหล่านี้เป็น 16 ทีมยอดฝีมือเรื่องของมวยไทยที่ผ่านการคัดเลือกกันมาแล้ว นักกีฬาทุกคนคุณภาพใกล้เคียงกัน เราจะเห็นได้ว่านักกีฬาเหล่านี้มีทักษะในการชกและมีความเข้าใจมากขึ้น การกอดรัดฟัดเหวี่ยงแบบเดิมๆ น้อยลงไป สอดคล้องกับมาตรฐานที่ IFMA ต้องการให้เป็นสากลมากขึ้น นักมวยที่ชนะเลิศทุกรุ่นจะได้เป็นตัวแทนทีมมวยไทยเยาวชนทีมชาติไทยไปแข่งขันมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์โลก รายการ 2023 “IFMA Youth World Championships & U23 World Cup” ระหว่างวันที่ 29 กันยายน-8 ตุลาคม 2566 ที่ประเทศตุรกี ต่อเนื่องทันที ซึ่งหลังจากนี้จะต้องเร่งดำเนินการเรื่องเอกสาร ตรวจเลือด เช็กร่างกายตามขั้นตอนก่อนเดินทาง ซึ่งเราหวังว่านักมวยของไทยจะทำผลงานไม่น้อยหน้าชาติใดเพราะนักมวยไทยของเรามาตรฐานสูงใช้ได้เลย แต่เราจะไม่ประมาทชาติอื่นๆ อีกหลายประเทศ

สำหรับการแข่งขันมวยไทยสมัครเล่นเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ประจำปี 2566 จัดโดย สมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ (AMTAT) ได้รับการสนับสุนจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (SAT), กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF) และสหพันธ์สมาคมมวยไทยนานาชาติ (IFMA)   ซึ่งจะเป็นรายการคัดเลือกนักกีฬามวยไทยเป็นตัวแทนทีมชาติไทยไปแข่งขันระดับนานาชาติในศึกมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์โลก รายการ 2023 IFMA Youth World Championships & U23 World Cup ระหว่างวันที่ 29 กันยายน-8 ตุลาคม 2566 ที่ประเทศตุรกี 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เรื่องอื่นที่น่าสนใจ