
นัทนิสาชวนเพื่อนเล่าประสบการณ์ ย้ายประเทศดีจริงไหม พร้อมเผยวิธีการย้ายที่ไม่ยุ่งยาก และความลำบากในการใช้ชีวิตที่ต่างแดน
จากกระแสการติดแฮชแท็ก ย้ายประเทศกันเถอะที่สร้างปรากฏการณ์จูงใจคนรุ่นใหม่ในประเทศหลายคนให้มีความสนใจอยากจะเดินทางข้ามฟ้าไปลองสัมผัสการใช้ชีวิตในต่างแดน แต่ก็ยังคงมีคำถามแคลงใจว่า การย้ายประเทศ มันดีจริงๆหรือไม่ ล่าสุดนัท นิสามณี เลิศวรพงษ์ หรือ นัท สะบัดแปรง บิวตี้บล็อกเกอร์ชื่อดัง ที่ได้บินไกลไปฉีดวัคซีนถึงอเมริกาก็ได้พาเพื่อนสนิทมาร่วมแชร์ประสบการณ์สำหรับคนที่กำลังหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
โดยเพื่อนคนสนิทของนัทคนนี้คือ แบงค์กี้ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของนัทในสมัยที่เรียนชั้นประถมที่ได้เคยสัมผัสกับประสบการณ์ใช้ชีวิต work and travel ในประเทศอเมริกา ก่อนที่จะไดด้รับสัญชาติเป็นพลเมืองของประเทศสหรัฐอเมริกา
แบงค์กี้เล่าว่า การออกมาทำงานที่ต่างประเทศเมื่อปี 2013 คือการออกมานอกประเทศครั้งแรกโดยมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางและการลงทุนทั้งแสนกว่าบาท ซึ่งการทำงานพาร์ทไทม์ทางร้านจะรับเฉพาะนักศึกษาที่ยังไม่จบปริญญาตรี ในระยะเวลา 3 เดือน และสิ่งที่เป็นสิ่งที่ทำให้ตัดสินใจเดินทางไปคือภาพยนตร์ การที่ได้ไป work and travel เหมือนได้เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ และลำบากที่สุดในชีวิต ต้องปั่นจักรยานไปทำงานเป็นระยะทางเกือบ 10 กิโลเมตร
อาชีพที่จะได้ทำเป็นอาชีพที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้ทำ เช่น เด็กเตตรียมของในร้านอาหาร คุมเครื่องเล่นสวนสนุก ดูแลผู้สูงอายุ หรือเรียกได้ว่าเป็นอาชีพของบุคคลชั้นสองนั่นเอง แต่ในช่วงปี 2013ได้รับค่าแรงตกชั่วโมงละ 300 บาท ทำงานตั้งแต่เวลา 08.00 -14.00 น. ซึ่งค่าแรงจากการทำงานนี้เองที่เป็นตัวจุดประกายให้ตัดสินใจมาอยู่ที่อเมริกา เพราะหาเงินง่ายถึงแม้ค่าครองชีพจะสูงแต่คุ้มกับค่าแรง
หลังจากที่จบประสบการณ์แบบ work and travel แบงค์กี้ได้ดำเนินการจัดทำพาสปอร์ต โดยให้เหตุผลว่า ทำในช่วงนี้มีความยุ่งยาน้อยกว่าทำหลังจากที่เรียนจบ และหลังจากที่ได้วีซ่าแล้ว เรียนจบแล้ว แบงค์กี้ก็ตัดสินใจบินกลับไปที่อเมริกาเลยโดยที่ไม่มีการวางแผนล่วงหน้าเลย แต่มองหาเว้นทางของตัวเองในประเทศไม่ได้ และตัวเองก็พอมีพื้นฐานทางด้านภาษาอยู่บ้าง ในขณะนั้นก็มีเงินติดตัวอยู่เพียง 8 ร้อยเหรียญ จึงได้ทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟ โดยได้รับความช่วยเหลือจากทางเจ้าของร้าน
ส่วนเรื่องของการที่แบงค์กี้ได้สัญชาติอเมริกามาคือ เธอได้แต่งงานกับแฟนที่มีสัญชาติเมริกา หลังจากที่แต่งงานก่อนที่จะได้สัญชาติมาต้องมีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งรายได้ของคู่สมรส เพื่อที่จะยืนยันความมั่นคงได้ โดยใช้เวลาดำเนินเรื่องรับสัญชาติใช้เวลากว่า 11 เดือน ในการขอรับกรีนการ์ด
หลังจากที่ได้ กรีนการ์ด แบงค์กี้ก็สามารถที่จะประกอบอาชีพในอเมริกาได้ โดยขณะนี้เธอได้ประกอบอาชีพเป็นสจ๊วตในสายการบินแห่งหนึ่ง แต่ก่อนที่จะได้สัญชาติต้องใช้เวลานานกว่า 2 ปี และต้องมีการสอบความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับประเทศอเมริกาก่อนที่จะได้รับสัญชาติมา
แต่สำหรับการได้รับกรีนการ์ด สามารถบินเข้าออกประเทศได้เลย แต่ไม่สามารถเลือกตั้งและไม่มีเงินเกษียน ทางที่จะได้รับเงินเกษียณคือจะต้องหักจากภาษีที่จ่ายไปจากเงินเดือนที่ได้รับ สุดท้ายสำหรับการย้ายประเทศนั้นไม่ได้เหมาะกับทุกคน ทั้งในเรื่องของครอบครัว ภาระหน้าที่ แต่การที่จะไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ เราต้องทำการศึกษาข้อมูลของประเทศนั้นๆ เป็นอย่างมาก เพราะการไปใช้ชีวิตในต่างแดนไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ข่าวที่น่าสนใจ
รวมภาพปฏิบัติการช่วยเหลือเหยื่อ กระเช้าลอยฟ้าร่วง กระแทกพื้นในอิตาลี ล่าสุดดับแล้ว 14 ราย
รายงาน ผู้ติดเชื้อ สกลนคร 5 ราย เกี่ยวเนื่อง คลัสเตอร์โรงงานแคลคอมพ์ เพชรบุรี
หมอธีระ แนะ ล็อกดาวน์ระยะสั้น 2-4 สัปดาห์ในกลุ่มจังหวัดระบาดหนัก